อ้วยอันโอสถ ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร ดีเด่นระดับชาติ 2019
March 7, 2019
สนช. จัด Coffee Talk แชร์ความรู้จากกูรูสตาร์ทอัพ พร้อมเปิดตัวนิตยสาร STARTUP THAILAND
March 8, 2019

เทรนด์ ทิศทางและโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยาไทย

 
T18CT60ObSbLrsQ6mfUopp4AePzMymPsxTzbDpa1vrljoVxXaLfoNh7
 

ยา หนึ่งในปัจจัย 4 ขั้นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ปัจจุบันอุตสาหกรรมยาเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-7% ต่อปี โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งไทยถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดเนียเซีย แบ่งออกเป็นการจำหน่ายภายในประเทศกว่า 95% และส่งออก 5% มุ่งเน้นกลุ่ม CLMV และต่อยอดสู่แอฟริกา แต่ช่องว่างที่สำคัญคือการสร้างองค์ความรู้และความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทย

เทรนด์รักสุขภาพ – สังคมผู้สูงวัย ปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมยาเติบโต

ภก.รศ.ดร.สินธุ์ชัย แก้วกิติชัย นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ ให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมดังกล่าวมีโอกาสขยายตัวอีกมากจากศักยภาพของประเทศ หลังแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาดูแลใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยโดยสมบูรณ์แบบในปี พ.ศ. 2573 โดยความเห็นดังกล่าวสอดรับกับมุมคิดของนางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผอ.กลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด โดยกล่าวว่า สถานการณ์ยาไทยในปัจจุบันเป็นไปในทิศทางบวก ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยการบริโภคภายในประเทศที่สอดรับกับสังคมผู้สูงวัยอีกมิติคือการส่งออก

ด้าน ดร.สุชาติ จองประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักยา อย. ให้มุมมองเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาไทยว่า ไทยมีมาตรฐานในการผลิตยาที่สูงมาก ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายประเทศ มีการตรวจสอบมาตรฐาน มีการตรวจวัดความปลอดภัย อย่างไรก็ดียังมีอีกหลากหลายปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวมีทิศทางที่ดีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น นโยบายส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ การจัดแสดงงานสินค้าสำหรับเภสัชอุตสาหกรรม (CPhI) ครั้งแรกของไทยในปี 2019 รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัล ฮับ)

 
AS1A9718

ภก.รศ.ดร.สินธุ์ชัย แก้วกิติชัย นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์

 

ทิศทางอุตสาหกรรมยาไทยในโลกของการแข่งขัน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ผลิตยาอยู่ประมาณ 150 บริษัท ส่วนใหญ่จะนำเข้าสารตั้งต้นมาจากต่างประเทศแล้วดำเนินการผสม บรรจุ และผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศคิดเป็น 95% และส่งออกไปต่างประเทศ 5% สำหรับการบริโภคภายในแบ่งเป็น 80% ผ่านโรงพยาบาลเป็นหลัก ส่วนอีก 15% เป็นการบริโภคผ่านช่องทางร้านขายยาที่มีอยู่มากกว่า 15,000ร้าน โดยทุกปีมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4-7 % ถือได้ว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดฯ

สำหรับการส่งออกที่หลากหลายคนสงสัยว่ามีอัตราเพียง 5% นั้นส่งไปที่ใดบ้างและน้อยไปไหม สำหรับประเทศที่ไทยส่งออกยาไปมากที่สุด คือ เมียนมา 17.4% รองลงมาเวียดนาม 16.2% และกัมพูชา 9.5% รวมถึง สปป.ลาวและแอฟริกา ส่วนเหลุผลที่ทำให้การส่งออกไทยยังมีช่องว่างส่วนหนึ่งมาจาก การพึ่งพิงวัตถุดิบยาจากต่างประเทศ รวมทั้งแบรนด์ไทยยังไม่สามารถตีตลาดได้ ในทางกลับกันก็มีหลากหลายบริษัทในประเทศไทยกว่า 100 แห่งที่สามารถผลิตยาชั้นนำเพื่อส่งออกให้กับต่างชาติเช่นกัน เพราะผู้ผลิตยาไทยส่วนใหญ่มีมาตรฐานและคุณภาพเช่น การได้รับรองมาตรฐาน PIC/s เป็นต้น

 
AS1A9472
 

สถานการณ์ยาไทย 3 – 5 ปี

ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ไม่หวือหวา สำหรับสถานการณ์ยาไทยต่อจากนี้ 3-5 ปี จำนวนโรงงานผลิตยาส่วนหนึ่งจะปิดตัวลงในทางกลับกันส่วนโรงที่มีกำลังผลิตสูงจะมีการขยายตัวของโรงงาน ปัจจัยที่บางส่วนหายและไม่มีการลงทุนจากผู้ประกอบการหน้าใหม่เพราะว่า มูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูง ระยะเวลาในการขออนุญาตและทำให้ได้มาตรฐานการผลิตระดับสากลต้องใช้ระยะเวลาที่นาน ส่วนผู้ผลิตที่ยังคงอยู่นั้นจะมีการนำเข้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสริม โดยยังถือว่าไทยยังเป็นฐานการผลิตยาที่สำคัญทั้งในประเทศและตลาดสากล แต่สิ่งที่ต้องกระตุ้นและส่งเสริมคือการสร้างความรู้และความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่าทั่วถึง

โดยการจัดงานที่ถือเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญในการเชื่อมโอกาสให้กับผู้ผลิตยาไทย ผู้บริโภครวมทั้งผู้ที่สนใจในเรื่องของยาได้มีฐานความรู้ที่ดี คือ งาน ซีพีเอชไอ 2019 (CPhI South East Asia 2019) หรือ งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านส่วนผสมยาสำหรับเภสัชอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อรองรับความต้องการและการเติบโตของอุตสาหกรรมยาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2562 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพราะยา เป็นมากกว่าปัจจัย พื้นฐานในการดำรงชีวิตไปแล้ว ฉะนั้นนอกจากเท่าทันยังต้องรู้จักใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติในมิติของเศรษฐกิจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *