ฟอร์ดร่วมฉลองวันสตรีสากลกับนักนวัตกรรมหญิงดาวเด่นทั่วเอเชีย
March 11, 2019
“พีทีจี” ปล่อยหมัดเด็ด ส่ง “พีที แมกซ์การ์ด” โฉมใหม่ จัดเต็มแมกซ์ ผนึกพันธมิตรแบรนด์ดังกว่า 100 ราย เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตไว้ในบัตรเดียว
March 11, 2019

“ชาร์ป ไทย” ผนึกภาครัฐ ร่วมต้านภัยมลพิษทางอากาศ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “พลาสม่าคลัสเตอร์” แก่ 4 โรงพยาบาล

 
04. พิธีมอบผลิตภัณฑ์พลาสม่าคลัสเตอร์ให้กับผู้แทนโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่ง
 

ชาร์ป ไทย ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ “ชาร์ป” เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยี “พลาสม่าคลัสเตอร์” (Plasmacluster) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดในระดับโลกและอาเซียน โดยมียอดขายมากกว่า 80 ล้านเครื่องทั่วโลก ส่งมอบผลิตภัณฑ์ “ชาร์ป พลาสม่าคลัสเตอร์” แก่ 4 หน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อแก้ไขและปกป้องสุขภาพผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่อันตรายกว่าที่คิด

ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังเป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ซึ่งมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากมาย ด้วยเหตุนี้เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกจึงพยายามหาทางออกในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังคุกคามสุขภาพของชาวเมือง สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2562 สังคมไทยได้เกิดกระแสการตื่นตัวในวงกว้าง ถึงภัยอันตรายจากปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ การต้องเผชิญกับภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่สูงเกินค่ามาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอด รวมทั้งระบบไหลเวียนของโลหิตได้ง่าย ในปริมาณที่มากกว่าฝุ่นควัน PM10 จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะเฉียบพลันและในระยะยาวรุนแรงกว่า PM10 เกือบ 2 เท่า ทำให้เกิดโรคและกระตุ้นให้โรคกำเริบได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และหืดหอบ อีกทั้งมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นและยังมีผลเสียกับระบบประสาท และระบบทางเดินอาหารด้วย ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคปอด โรคหัวใจ จะมีความไวและเกิดอาการได้ง่ายกว่าบุคคลอื่น ๆ

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 1 ปีไว้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่กรมควบคุมมลพิษของไทยตั้งค่าความปลอดภัยด้านปริมาณฝุ่นละอองสูงกว่านานาชาติ โดยกำหนดเพดานเฉลี่ย 1 ปี ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นในการกำหนดเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของไทย จากการกำหนด “สี” เป็นสัญลักษณ์ ฝุ่นระดับ 101-200 อยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงอากาศพิษที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพ แต่หากเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลแล้วค่ามลพิษทางอากาศเกิน 150 จะถือเป็นพื้นที่สีแดงซึ่งหมายถึงมีผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว