เอ็มจี เตรียมลุยตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โชว์รถต้นแบบในงานมอเตอร์โชว์ ก่อนขายจริงภายในปีนี้
March 19, 2019
พลังบุญทิพยร่วมสร้าง ครั้งที่ 118 บวงสรวงสักการะพระแม่จามเทวี
March 19, 2019

เมื่อเป็นรัฐบาลคุณจะแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างไร?


 
ฝุ่น3-1
 

เหมือนว่าเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดวิกฤตในช่วงเวลาที่ถูกต้อง เพราะนอกจากทุกคนจะตื่นตัวในการดูแลตัวเองและร่วมกันลดการปล่อยมลภาวะที่เป้นพิษสู่ชั้นบรรยากาศ วาระดังกล่าวยังกลายเป็นโจทย์ที่ประชาชนอยากรู้ว่า หากพรรคไหนเป็นรัฐบาลจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างไร

โดยจากเวทีดีเบตเลือกตั้ง 62 จากทางช่อง Workpoint News หัวหน้าพรรคแต่ละท่านต่างร่วมกันนำเสนอวิธีการจัดการฝุ่นดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น คุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า สิ่งแรกที่ควรทำคือเรื่องของหน้ากากกรณีที่ไม่เพียงพอควรนำเข้าโดยไม่เสียภาษี จากนั้นการบังคับใช้กฏหมายโดยเฉพาะเรื่องของการปล่อยควันดำจากรถบรรทุก การให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมทั้งมีมาตรการทางจราจร การก่อสร้าง ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเมื่อทราบถึงสาเหตุเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ติดตั้งเครื่องดักเขม่า ปรับระบบการเก็บภาษีการปล่อยควันพิษ รวมทั้งมีนโยบายชัดเจนด้านยานยนตร์ไฟฟ้า ควรเริ่มทันทีในส่วนของขนส่งมวลชน ด้านภาคอุตสาหกรรมเราควรติดตั้งหน่วยวัดมลพิษให้ครบทุกจุด เป็นต้น

 
CiHZjUdJ5HPNXJ92GRkLHq3SW4GMAqd6Lj
 

ขณะที่ความเห็นของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เผยว่า เราสามารถรับหลักเกณฑ์ปรับมาตรฐานน้ำมันดีเซลเป็นยูโร 5 เข้ามาปรับใช้ได้ทันทีหรือจะบังคับใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบของขนส่งมวลชน ประเด็นนี้ก็สามารถปรับใช้ได้ทันที ที่สำคัญต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศได้อีกด้วยโดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดีวิธีการแก้ปัญหาที่ฉับไวต้องเกิดการพูดคุยอย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วนและดึงเอาพลังของชุมชนเข้ามาช่วยด้วยความสามัคคี ด้านความเห็นของดร.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย สอดคล้องกับความเห็นทั้งสองท่านพร้อมกับกล่าวเสริมว่า การแก้ไขปัญหา เรื่องฝุ่นจะต้องเปิดรับฟังทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันแก้ไข

อย่างไรก็ดีนอกจากเรื่องของฝุ่น แต่ละพรรคยังชูจุดเด่นในเรื่องของนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมสำหรับการหาเสียงอย่างคึกคัก เช่น พรรคอนาคตใหม่พร้อม ลดใช้การพลาสติกและสร้างเศรษฐกิจจากขยะ ด้านพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาแล้วโรงไฟฟ้าถ่านหิน พรรครวมพลังประชาชาติไทย ตั้งเป้า ปกป้อง อนุรักษ์ ฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ และพรรคภูมิใจไทยพร้อมแก้ปัญหาจราจรติดขัด โดยสนับสนุนให้เรียนหรือทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน เป็นต้น

ถือได้ว่านอกจากการพัฒนาประเทศชาติด้วยการสร้างกลไกการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ สิ่งที่แต่ละพรรคการเมืองยุคนี้ให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นคือ การดูแล รักษา และป้องกันการเกิดมลภาวะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำเอาพลังงานสะอาดมาปรับใช้และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านพลังงานในอนาคตที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับประเทศ นับได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ส่วนพรรคไหนจะร่วมกับพรรคไหน และใครเป็นนายกรัฐมนตรี มิติสังคม สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ถือเป็นโจทย์แรกๆที่นายกฯต้องเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ ส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับฐานรากของการพัฒนาเศรษฐกิจชาติต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *