เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปั้นบางกระเจ้าให้เป็น อัตลักษณ์พื้นที่สีเขียวต้นแบบ – แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
July 15, 2019
เมื่อพลาสติกโดนกระทำมากกว่าการลดใช้
July 15, 2019

Plogging ‘วิ่งไป…เก็บขยะไป’ เป็นมากกว่าเทรนด์ แถมยังช่วยโลกจัดการขยะ

 
31287472_1904560342896737_1088576096879071724_n
 

นอกจากการออกกำลังกายผ่านการวิ่งออกกำลังกาย ในต่างประเทศมีการรณรงค์ การวิ่งไป... เก็บขยะไป ซึ่งถือเป็นหนึ่งเทรนด์ที่ถือเป็นเรื่องที่ดีและกำลังได้รับความสนใจจากผู้จัดรายการแข่งขันวิ่งในไทย

การวิ่งไป…เก็บขยะไป มีชื่อเรียกว่า ‘Plogging’ ซึ่งผสมรวมเอาการ ‘วิ่งเพื่อสุขภาพ’ กับการ ‘เก็บขยะช่วยโลก’ มาไว้ด้วยกัน โดยคำว่า Plogging มาจากการเล่นผสมคำภาษาสวีเดนโดยรวมคำว่า Jog – วิ่ง กับ Plocka upp ที่แปลว่า ‘เก็บ’ มาควบรวมกันและเกิดคำว่า ‘Plogging’ นั้นเอง

ในต่างประเทศแนวคิดดังกล่าวแพร่ขยายออกไปจนเกิดเป็นกิจกรรม ชมรม และกลุ่มที่ออกไปร่วมกันออกกำลังกายด้วยการวิ่งและเก็บขยะไปพร้อมกัน แต่เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่าการทำกิจกรรมแบบ Plogging ทำให้เป้าหมายการเผาผลาญแคลลอรี่ของคุณตกต่ำลงรึเปล่า?

โดยจากรายงานของสำนักข่าว BBC ที่ได้ไปสัมภาษณ์ Plogger ชาวยุโรป ซึ่งเผยว่า “จากสถิติผลลัพธ์ด้านสุขภาพนั้นมันแทบไม่แตกต่างจากการวิ่งปกติเลย แถมคุณยังได้ฝึกเคลื่อนไหวแบบในคลาสฟิตเนสไปด้วยในตัว (จากการย่อตัว-ก้มเก็บขยะเช่นพวกขวดน้ำ กระป๋องน้ำอัดลม ฯลฯ)

 
20292673_763572607180831_3643577832236096914_n
 

ขณะที่หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสของ Metro.co.uk อธิบายการวิ่งแบบ Plogging ว่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายในลักษณะเดียวกับการฝึก Interval training คือการออกกำลังกายเบาสลับหนักเป็นช่วงๆ เพื่อเทรนกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น และช่วยให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Mobility training ที่เน้นความสามารถในการเคลื่อนไหวของข้อต่อโดยเฉพาะในช่วงที่ย่อตัว เอื้อมมือ และก้มลงเก็บขยะจะช่วยเพิ่มระยะการเคลื่อนไหวของร่างกายมากขึ้นกว่าปกติ

ที่สำคัญ LifeSum แอพพลิเคชั่นดูแลสุขภาพที่มีสมาชิกใช้งานทั่วโลกกว่า 25 ล้านคน ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กร Keep America Beautiful ประเทศสหรัฐอเมริกาในการส่งเสริมให้ Plogging สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในเชิงสุขภาพ โดยเพิ่ม Plogging เป็นหนึ่งในกิจกรรมดูแลสุขภาพที่สามารถติดตามความเคลื่อนไหว (Tracking) ของร่างกายและคำนวณออกมาเป็นแคลเลอรี่ที่เผาผลาญได้ ซึ่งพบว่าการวิ่งไปเก็บขยะไปราว 30 นาที สามารถเบิร์นได้ถึง 288 แคลลอรี่ ในขณะที่การวิ่งเพียงอย่างเดียวทำได้ 235 แคลลอรี่ และเดินออกกำลังกายทั่วไปสามารถเผาผลาญได้ 120 แคลลอรี่

สำหรับในประเทศไทยมีกลุ่มที่เอาแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ โดยรวมตัวแล้วตั้งชื่อกันว่า Trashrunners “วิ่ง เก็บ ขยะ” ที่รวมตัวกันทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเกิดที่จังหวัดระยอง โดยเริ่มจากการวิ่งเก็บขยะบนชายหาดใกล้ๆบ้าน จากจุดเล็กๆในวันนั้น วันนี้ได้เริ่มขยายออกไปสร้างความตื่นตัวให้กับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

แล้วถ้าทุกคนอยากเป็น Plogger ต้องทำอย่างไร จริงๆแล้วคุณไม่จำเป็นต้องอัพเกรดอุปกรณ์อะไรเพื่อจะเป็น Plogger ที่ดีเลย แค่พก ‘ถุง’ หนึ่งใบไว้ใส่ขยะ กับใส่ ‘ถุงมือ’ อีกสักคู่เพื่อกันสิ่งสกปรกหรือของมีคม เพียงเท่านี้ก็ออกไปรักษ์โลกได้แล้ว ลองคิดตามดูสิว่าถ้าหากแนวคิดดังกล่าวขยายไปสู่วงกว้างหรือได้รับความนิยมเพียงครึ่งหนึ่งของกระแสการออกกำลังกายเราสามารถลดและจัดการกับปัญหาขยะในสถานที่สาธารณะโดยเฉพาะภายในสวนได้ในจำนวนมากขนาดไหน ซึ่งนี้นอกจากได้ออกกำลังกายอย่างที่เราตั้งหวังยังเป็นการตอบแทนสังคมอีกด้วย ถือเป็นการปรับกระบวนการคิดในการดูแลสังคมนอกจากในรูปแบบของบริษัทหรือองค์กรแต่เริ่มจากจิตที่อาสาในรูปแบบของบุคคลอันก่อให้เกิดการปลูกฝังแนวคิดที่ดีในอนาคต

 
19894695_755189258019166_8110244359886992776_n
 

Comments are closed.