มิส คอนซัลท์ เผย 3 ปัจจัยหลัก นำองค์กรสู่ความสำเร็จ
February 25, 2020
ออฟฟิศเมท จัดให้จุใจกับของถูกและดี!!! ในงานบ้านแอนด์บียอนด์ เอ็กซ์โป ไบเทคบางนา
February 25, 2020

สถาบันเพิ่มผลผลิตครบรอบ 25 ปี ขับเคลื่อนผลิตภาพภาคอุตสาหกรรมไทย ชูแนวคิด “Transforming Productivity for Tomorrow Success”


 

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ครบรอบ 25 ปี จัดงานสัมมนานานาชาติยิ่งใหญ่ “International Forum on Transforming Productivity for Tomorrow Success” เดินหน้าผลักดันยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ในทุกภาคส่วน ในการเพิ่มทั กษะความสามารถของแรงงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวั ตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิ ภาพขององค์กร ให้สามารถเติบโตและพร้อมรั บการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน รวมทั้งการส่งเสริม และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เข้ มแข็ง พร้อมมุ่งสู่อนาคตได้อย่างยั่ งยืนและเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่ มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ต่างเผชิญกับประเด็นความท้ าทายต่าง ๆ อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การแข่งขันทางการค้า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้ างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สู งวัย การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ ยนแปลงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเผชิญกับปัญหาการติ ดอยู่ในฐานะประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Countries) มาเป็นเวลานาน ด้วยการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ มีข้อจำกัด เช่น ขาดแคลนประสิทธิภาพการผลิ ตและนวัตกรรมที่เพียงพอที่จะเร่ งให้อัตราการเติบโตของรายได้สู งเหมือนในอดีต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ งที่ต้องเพิ่มความสามารถและศั กยภาพของประเทศ

ทั้งนี้แนวทางที่จะช่วยเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศได้ คือ ต้องยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ด้วยการใช้ทรัพยากรรอบ ๆ ตัว อย่างคุ้มค่าและมีการพัฒนาอย่ างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของ APO Productivity Database พบว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิ จของไทยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2513-2558) ล้วนแต่เกิดจากการบริโภคทรั พยากรและปัจจัยทุนต่าง ๆ เป็นหลัก ไม่ได้ให้ความสำคัญในการยกระดั บผลิตภาพมากนัก    จึงส่งผลให้ผลิตภาพรวม (Total Factor Productivity : TFP) ของประเทศเติบโตในระดับต่ำ มากเมื่อเทียบกับการเติบโตของ GDP ดังนั้นทางออกของประเทศที่ จะสามารถเอาชนะปัญหาและความท้ าทายต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน        คือ การปฏิรูปการยกระดับผลิตภาพ (Transforming Productivity) ของประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพใน

ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่ อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการยกระดับทั กษะความสามารถของแรงงาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวั ตกรรม ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และสร้างความพร้อมของปัจจั ยแวดล้อม ในอุตสาหกรรมหลักที่ประเทศไทยมี ความชำนาญ รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่                ที่มีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ผลักดันด้วยนวั ตกรรม/S-Curve/New S-Curve และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

อย่างไรก็ดีกระทรวงอุตสาหกรรมยั งคงให้ความสำคัญกับการปฏิรู ปการยกระดับผลิตภาพ รวมทั้งมุ่งมั่นในการส่งเสริม และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เข้ มแข็ง ยั่งยืน และมีส่วนในการเพิ่มมูลค่ าทางเศรษฐกิจของประเทศ     จึงได้มีการกำหนดเป้าการเพิ่ มผลิตภาพภาคอุตสาหกรรมเติบโตไม่ น้อยกว่าร้อยละ 2.2 ต่อปี ภายในปี 2565 โดยให้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุ นการเพิ่มผลิตภาพ เพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่ 4.0 หรืออุตสาหกรรมที่มี กระบวนการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) ซึ่งสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ นับเป็นกลไกหลักที่สำคั ญของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะช่วยขับเคลื่อนผลิ ตภาพภาคอุตสาหกรรมไทย

“ในโอกาสที่สถาบันเพิ่มผลผลิ ตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายที่เป็นกำลั งสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม        ในการยกระดับผลิตภาพเพื่อเพิ่ มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างการเติบโตที่เข้ มแข็งอย่างยั่งยืน ดำเนินการมาครบ 25 ปี ในปีนี้ ผมขอให้สถาบันได้นำความรู้ ความสามารถมาใช้ในการขับเคลื่ อนและยกระดับผลิตภาพของภาคอุ ตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุ ตสาหกรรมให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้ นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการช่วยเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศ ทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้ นจากประเทศรายได้ปานกลาง และยกระดับไปสู่ประเทศที่มี รายได้สูง ในที่สุด” นายสุริยะ กล่าว

ดร. พานิช เหล่าศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิ ตแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่ งชาติได้มี การขยายขอบเขตการดำเนิ นงานไปในทุกภาคส่วนไม่ได้ เฉพาะแต่ภาคอุตสาหกรรม แต่ยังครอบคลุมถึงภาคบริการ ภาครัฐ และ ภาคเกษตรแปรรูป เพื่อผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลิ ตภาพในทุกภาคส่วนของประเทศ และมีบทบาทหน้าที่ในการชี้นำ และยกระดับผลิตภาพขององค์กร เพื่อเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ งอย่างยั่งยืนขององค์ กรและประเทศ ภายใต้เป้าหมายสำคัญของยุ ทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านการสร้ างความสามารถในการแข่งขันที่ได้ กำหนดไว้ว่าประเทศไทยจะต้องเป็ นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2580 ซึ่งในมิติเศรษฐกิจ “ประเทศที่พัฒนาแล้ว” หมายถึง ประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจอยู่ ในกลุ่มประเทศรายได้สูง อย่างไรก็ดีการพัฒนาประเทศในปั จจุบันเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่ าวยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทั้ งในเรื่องทรัพยากรและความท้ าทายจากประเทศเกิดใหม่ (Emerging Countries) การเพิ่มผลิตภาพของประเทศจึงเป็ นองค์ประกอบที่สำคัญควบคู่ไปกั บองค์ประกอบด้านอื่ นๆในการนำพาประเทศไปสู่การบรรลุ ผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

นอกจากนี้ในยุคที่โลกกำลังเผชิ ญกับความเปลี่ ยนแปลงจากเทคโนโลยีดิจิทัลจึ งจำเป็นต้องก้าวทันต่อการเปลี่ ยนแปลงดังกล่ าวเพราะความสามารถในการนำเทคโนโ ลยีมาประยุกต์ใช้จะนำมาซึ่ งผลสำเร็จในการเพิ่มผลิตภาพอย่ างก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับเครื่องมือที่จะช่ วยเพิ่มผลิตภาพต่าง ๆ อาทิ ลีน (Lean) ไคเซน (Kaizen) การวิเคราะห์ OEE และ Sig sigma เป็นต้น อย่างไรก็ดีในโอกาสที่สถาบันเพิ่ มผลผลิตแห่งชาติครบรอบ 25 ปี ในฐานะเป็นสถาบันแห่งชาติ ที่มีบทบาทหน้าที่ในการชี้ นำและยกระดับผลิตภาพขององค์ กรเพื่อเพิ่มขี ดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ งอย่างยั่งยืนขององค์ กรและประเทศ จึงได้จัดงานสัมมนานานาชาติ “International Forum on Transforming Productivity for Tomorrow Success” ขึ้นโดยเป็นการนำเสนอมุ มมองการขับเคลื่อนผลิตภาพใน 4 มิติ ที่จะเป็นรูปแบบเครื่องมือสำคั ญในการสนับสนุนผู้ประกอบการ และองค์กรต่าง ๆ        ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ สามารถเติบโตและพร้อมรับการเปลี่ ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน ประกอบด้วย การส่งเสริมกระบวนการพัฒนาองค์ กร Industry Upgrading, Creativity & Innovation, Data Analytics and Digital Technology  และ High Skilled Workforce รวมถึงนำเสนอวิสัยทัศน์จากผู้ ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงองค์ กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศที่ จะให้มุมมองรอบด้านในเรื่ องความสำคัญของผลิตภาพเพื่ อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร เสริมความรู้ด้านผลิตภาพให้ สามารถพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมแห่ งอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไป