ถอดรหัสความสำเร็จกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรู กับเส้นทางสู่รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2562 ยืนยันคำสัญญา “มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้าและชาวไทยทุกคน”
April 8, 2020
LINE จับมือ Peugeot สร้างมิติใหม่ของการค้าธุรกิจยานยนต์ไทยบน LINE OA เปิดบริการซื้อขายรถ ทำการนัดหมายนำรถทดลองขับถึงบ้าน พร้อมปิดการขายผ่าน Chat Commerce ตอบโจทย์ช่วง Social Distancing
April 8, 2020

อินเทลทุ่ม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ริเริ่มเทคโนโลยีรับมือโรคระบาด  เพื่อต่อสู้กับไวรัสโคโรนา


อินเทลให้คำมั่นสัญญาเพิ่มทุนจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโครงการริเริ่มด้านเทคโนโลยีเพื่อรับมือโรคระบาดและต่อสู้กับไวรัสโคโรนา ผ่านการเร่งสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยี ณ จุดดูแลผู้ป่วย เร่งวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และสร้างความเชื่อมั่นว่านักเรียนนักศึกษาจะสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนออนไลน์ได้ โดยเงินจำนวนนี้ครอบคลุมสำหรับส่วนของกองทุนนวัตกรรมที่เปิดรับคำขอสนับสนุนเม็ดเงิน เพื่อให้นำเอาความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของอินเทลไปใช้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในทันที ก่อนหน้านี้อินเทลยังได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้อีกด้วย

 

“ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวงในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 อินเทลขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะเร่งสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะมาต่อกรกับโรคระบาดนี้ให้ได้ และจะสนับสนุนการคิดค้นทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ในการเตรียมความพร้อมให้กับสังคมเพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งต่อไปได้ดียิ่งกว่าเดิม เราหวังว่าการแบ่งปันความเชี่ยวชาญของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรหรือเทคโนโลยี จะช่วยเร่งรักษาชีวิตและขยายการเข้าถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นให้แก่คนทั่วโลกในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้” บ็อบ สวอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินเทลกล่าว

เงินทุนนี้จะใช้เพื่ออะไรบ้างอินเทลจะสมทบเงินประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนโครงการเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์โควิด-19ของอินเทล (Intel COVID-19 Response and Readiness Initiative) และสำหรับโครงการสนับสนุนการศึกษาออนไลน์ (Intel Online Learning Initiative) โดยในโครงการเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์โควิด-19ของอินเทลนี้ จะมอบเงินทุนให้แก่ลูกค้าธุรกิจและพาร์ทเนอร์ เพื่อเร่งสนับสนุนความก้าวหน้าด้านการวินิจฉัยโรค การรักษา และการพัฒนาวัคซีน และมุ่งยกระดับเทคโนโลยีต่างๆ เช่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลประสิทธิภาพสูง และการส่งมอบบริการจาก Edge สู่คลาวด์ เป็นต้น โดยในโครงการนี้ อินเทลจะเข้ามาช่วยผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ ให้สามารถเพิ่มเทคโนโลยีและโซลูชันส์ที่โรงพยาบาลจะต้องใช้สำหรับวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งโครงการนี้ยังช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายภายในอุตสาหกรรมและเร่งยกระดับศักยภาพ ความสามารถและนโยบายของทั่วโลกให้รับมือกับโรคระบาดในครั้งนี้และในอนาคตข้างหน้าได้ ผ่านความเชี่ยวชาญของอินเทลในด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์

โครงการสนับสนุนการศึกษาออนไลน์ของอินเทล (Intel Online Learning Initiative) จะให้การสนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและพันธมิตรทางธุรกิจด้านการศึกษา เพื่อช่วยนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนเทคโนโลยีให้มีอุปกรณ์และสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ได้ และด้วยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนรัฐบาลในระดับชุมชนเพื่อบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์ (PCs) สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ คู่มือสำหรับระบบการเรียนการสอนจากที่บ้านพร้อมความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อ ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนการศึกษาออนไลน์ของอินเทล เกิดจากคำมั่นสัญญาที่อินเทลมีเสมอมาด้านการยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี โดยโครงการนี้จะเริ่มต้นทันทีในภูมิภาคที่มีความต้องการมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาและขยายไปทั่วโลก

นอกจากนี้อินเทลยังจัดสรรเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับกองทุนนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนความต้องการของพาร์ทเนอร์ภายนอก หรือโครงการบรรเทาทุกข์ที่ริเริ่มโดยพนักงานอินเทลเอง เพื่อตอบสนองความต้องการที่จำเป็นในชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่เช่น

  • อินเทลได้ทำงานร่วมกับสภาวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม และสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศนานาชาติ ณ นครไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เพื่อใช้งานโซลูชันส์เซิร์ฟเวอร์และเครื่องลูกข่ายของอินเทลสำหรับเร่งการตรวจโรคโควิด-19 ให้รวดเร็วมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง และช่วยเรียงลำดับจีโนมของเชื้อไวรัสโคโรนาเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงระบาดวิทยา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการจำแนกลำดับความเสี่ยงของผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย นอกจากนี้อินเทลยังร่วมมือกับสมาคมบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์ (National Association of Software and Service Companies: NASSCOM) ของประเทศอินเดีย ในการสร้างอีโคซิสเต็มของแอปพลิเคชันและระบบการจัดการเบื้องหลัง (Back end) ประเภทมัลติคลาวด์ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคโควิด-19 ในระดับประชากรและคาดการณ์การระบาดล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมจัดบริการด้านสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น
  • แพลตฟอร์ม Sickbay™ ของ Medical Informatics Corp. (MIC) ได้ใช้เทคโนโลยีอินเทลสร้างโซลูชันส์ที่สามารถเปลี่ยนเตียงธรรมดาให้กลายเป็นเตียง ICU เสมือน (Virtual ICU) ได้ในระยะเวลาไม่กี่นาที เพื่อช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยดูแลผู้ป่วยวิกฤติจากความเสี่ยงจากการสัมผัส และช่วยขยายความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้เป็นอย่างมาก เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงพยาบาล Houston Methodist ได้นำระบบ vICU ของ Sickbay มาเริ่มใช้งานได้ทันทีภายในหนึ่งวัน เพื่อยกระดับการเฝ้าสังเกตอาการของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ผ่านระบบเสมือน ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้โดยปราศจากความเสี่ยงจากการสัมผัสในห้อง ICU (ชมวิดีโอห้อง ICU เสมือนใน โรงพยาบาล และ Houston Methodist Deploys Medical Informatics Corp.’s Sickbay Platform (B-Roll) )
  • ในประเทศอังกฤษ อินเทลได้ร่วมมือกับบริษัท Dyson และบริษัท TTP ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ เพื่อจัดทำแผงวงจร FPGAs สำหรับเครื่องช่วยหายใจ CoVent ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองคำร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษ เครื่องช่วยหายใจนี้ออกแบบให้สามารถติดตั้งกับเตียงได้ ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างรออนุมัติทางกฎหมาย

ทำไมถึงเป็นสิ่งสำคัญเทคโนโลยีของอินเทลอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการสำคัญต่างๆ ที่สังคมโลก รัฐบาล และองค์กรด้านสุขภาพจำเป็นต้องพึ่งพาทุกวัน พวกเราหวังว่าการใช้ความเชี่ยวชาญ ทรัพยากร เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคลที่อินเทลมีอยู่ จะช่วยรักษาและยกระดับชีวิตของผู้คนได้ท่ามกลางความท้าทายอันใหญ่หลวงที่โลกเผชิญอยู่ตอนนี้ ผ่านการสร้างสรรค์และพัฒนากลยุทธ์และนวัตกรรมรูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีได้