DOITUNG LIVES AND LINES เปิดประสบการณ์ช้อปวิถีใหม่ใจกลางเมือง
July 20, 2020
ททท. ผนึกกำลัง 40 องค์กรจัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับแบรนด์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย
July 23, 2020

‘วิทัย’ เปิดวิชั่นดัน #ออมสิน สู่ #โซเชียลแบงก์กิ้ง


 

‘วิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 17 ประกาศวิสัยทัศน์ปรับบทบาท #ธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเพื่อสังคมก้าวสู่ธนาคารโซเชียลแบงก์กิ้ง (Social Banking) เต็มรูปแบบ ประกาศรุกตลาดสินเชื่อ Non-Bank (นอนแบงก์) มีมูลค่า 481,000 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 25.38 ล้านราย ภายใน 6 เดือนตั้งเป้าหมายกดดอกเบี้ยลดลง 8-10% พัฒนาแอพ #Mymo (มายโม) ให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นหลัก

ในช่วง 6 เดือนแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง ปรับองค์กร ปรับบทบาทธนาคารออมสิน เป็นธนาคารเพื่อสังคมก้าวสู่ธนาคารโซเชียลแบงก์กิ้ง (Social Banking) เต็มรูปแบบ เพื่อดูแลประชาชน เศรษฐกิจฐานราก และคนจน มุ่งหวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยหารือกับคณะกรรมการธนาคาร และผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทุกคนเห็นชอบ มุ่งสู่ธนาคารเพื่อสังคม ช่วยคนได้มากขึ้น ปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น จะเกิดความสมดุล และเกิดความยั่งยืน ช่วยสังคม ช่วยคน ช่วยประเทศชาติ จะเกิดความยั่งยืนในส่วนนั้น ขณะที่ภายในจะมีความยั่งยืนที่ต้องทำบาลานซ์ให้องค์กรแข็งแรง

“ต่อไปจะไม่นึกถึงความใหญ่โต ไม่ต้องบอกว่ามีสินเชื่อเป็นอันดับเท่าไร มีเงินฝากประจำเท่าไร มีสินทรัพย์เท่าไร เราต้องบอกว่าเรามีความแข็งแรง เน้นคุณภาพ เราอาจต้องหดตัว ไม่โตมาก แต่เน้นให้สินทรัพย์มีคุณภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่จะเดินต่อไป โดยใช้เวลา 6 เดือนแรกปรับองค์กร ทั้งการปรับโครงสร้างภายใน ปรับกระบวนการภายใน ในด้านผลิตภัณฑ์ต้องเพิ่มเกี่ยวกับฐานรากเข้ามา และลดผลิตภัณฑ์คอมเมอร์เชียลบางอย่าง อาจจะไม่กำไร และตัดงานที่ไม่ตรงตามภาระกิจ พร้อมทั้งพัฒนาแอพ Mymo (มายโม) ให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นหลัก ต้องสามารถปรับโครงสร้างหนี้ผ่าน Mymo ได้ ปล่อยเงินกู้ เปิดบัญชีได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์โครงการรัฐบาลได้ ต่อไปลูกค้าไม่ต้องมาทำธุรกรรมที่สาขา”

ขณะที่งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ต้องปรับลดลง เพื่อนำไปสร้างเศรษฐกิจฐานราก พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำต่อไปในช่วง 3-6 เดือน การเป็นโซเชียลแบงก์ ต้องใช้ความพยายามในองค์กรขับเคลื่อนตัวตนที่เป็นพื้นฐานของธนาคาร ปัจจุบันลูกค้าธนาคาร 60% เป็นระดับฐานราก มีหนี้สินสูง เป็นหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ย 10-20% ต่อเดือน ได้เห็นถึงปัญหานี้ จึงเตรียมเข้าไปในตลาดสินเชื่อ Non-Bank (นอนแบงก์) มีมูลค่า 481,000 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 25.38 ล้านราย ภายใน 6 เดือน จะแทรกเข้าไปพร้อมตั้งเป้าหมายดอกเบี้ยลดลง 8-10% เมื่อเข้าไปบริหารสำเร็จจะเริ่มรีไฟแนนซ์ คาดหวังว่าดอกเบี้ยที่สูง จะไหลลงมา ซึ่งจะสามารถช่วยคนได้จำนวนมาก อยากเข้าไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในตลาดของรายย่อย เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่เป็นความพยายามหวังว่าภายใน 6 เดือน จะเริ่มทำได้ และภายในปี 2564 จะประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน ต้องการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ซึ่งในประเทศมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งทำเรื่อง พัฒนาโปรดักส์ พัฒนาดีไซน์ พัฒนามาร์เก็ตติ้ง พัฒนาดิจิทัล พัฒนาปล่อยกู้ ธนาคารออมสินอยากเป็นหน่วยงานรัฐแห่งเดียวที่ทำอย่างครบวงจร ทั้งพัฒนาผู้ประกอบการ ทำกรูมมิ่ง ให้สินเชื่อ ทำให้เกิดอิมแพ็ก

นายวิทัย กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาหนี้ข้าราชการ สินเชื่อบุคคลากรภาครัฐ 577,900 ล้านบาท จำนวน 1.11 ล้านราย สัดส่วน 62% เป็นบุคคลากรทางการศึกษา อยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะต้องทำให้จริงจัง

สำหรับกำไรครึ่งปี 2563 ลดลงมาเหลือประมาณ 5,200 ล้านบาท เป็นไปตามเจตนาของธนาคารที่นำกำไรเพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ พร้อมทั้งลดดอกเบี้ยตามมาตรการต่างๆ เป็นการช่วยแก้ปัญหาในยามที่ประเทศชาติ ประชาชนมีปัญหา คาดว่าช่วงสิ้นปีจะกลับมา 12,000-13,000 ล้านบาท ยังมีความสามารถทำกำไรได้ดี การลดกำไรลงเพื่อส่งเงินคืนให้ประชาชนบ้าง ตามที่ควรเป็นหน้าที่ของแบงก์รัฐ

ที่ผ่านมา ธนาคารออมสิน เป็นแบงก์รัฐอันดับต้นๆ ช่วยลูกค้า 3.1 ล้านคน โดยพักชำระหนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน และจะขยายต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะพักหนี้ พักเงินต้น พักดอกเบี้ย หรืจะพักเงินต้น จ่ายดอกเบี้ย จ่ายเงินต้นครึ่งหนึ่งก็ได้ เนื่องจากลูกค้าของธนาคารเป็นกลุ่มเปราะบางจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ขณะที่การปล่อยสินเชื่อปล่อยไปแล้ว 1.15 ล้านราย จำนวน 14,200 ล้านบาท สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลน) อนุมัติไปแล้ว 138,000 ล้านบาท ประมาณ14,800 ราย