เทคโนโลยีฟาร์มโคนมอัตโนมัติระบบแรกในประเทศไทย
September 3, 2020
สยามคูโบต้า เปิด “คูโบต้าฟาร์ม” อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าเป็นฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ของคูโบต้าในอาเซียน
September 9, 2020

อาม่า โฟน  ส่งมือถือ อาม่า 3G+  (RMA 3G Plus) ชูระบบ SOS เป็นจุดขาย หวังเป็นแบรนด์ “ผู้รู้ใจด้านคนสูงวัย”


 

 อาม่า โฟน  ส่งมือถือ อาม่า 3G+  (RMA 3G Plus) ปลุกกระแสให้หันมาดูแลผู้สูงวัยและคนใกล้ตัว ชูระบบ SOS เป็นจุดขาย หวังเป็นแบรนด์ ผู้รู้ใจด้านคนสูงวัย” ในอนาคตที่นอกจากจะนำมือถืออาม่าเข้ามา ยังมีของใช้ที่จำเป็นต่อคนสูงวัยอีกด้วย ด้วยขนาดกะทัดรัดเหมาะมือในการพกพา น้ำหนักเบา ขนาดเพียง 5 ซม. 11.5 ซม.เน้นปฏิบัติการ SOS ขอความช่วยเหลือผ่านมือถือ เนื่องจาก ปัจจุบันมีทั้งผู้สูงวัยและสตรีทุกวัย จำนวนมากที่ต้องเสียงต่ออันตรายของจากผู้ไม่หวังดี ทั้งประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทางเพศ จนถึงขั้นก่ออาชญากรรมซึ่งมีจำนวนทวีคูณมากขึ้น

          คุณสุรินทร์ อมรชัชวาลกุล ประธานบริหาร บริษัท อาม่า โฟน จำกัด กล่าวว่า เรายังใช้จุดแข็งของ SOS เป็นจุดขายซึ่งไม่มีค่ายไหนสามารถทำได้เหมือนเรา และจากประสบการณ์ของ SOS โทรแจ้งเหตุด่วน ได้เคยช่วยชีวิตผู้ประสบภัยมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2554 อาม่า” จึงเป็นมือถืออัจฉริยะที่นอกจากจะช่วยให้ติดต่อสื่อสารกันแล้ว ยังช่วยเหลือผู้ช่วยผู้สูงวัยและผู้ประสบภัยในยามวิฤตได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันนี้มีอาชญากรรมเกิดขึ้นทุกรูปแบบ ไม่ใช่เกิดแก่ คนแก่หรือผู้สูงวัยอย่างเดียว แต่เกิดกับสตรีและเด็กทวีคุณมากขึ้น จึงทำให้เรายังคงรักษาเอกลักษณ์จุดขาย ของ SOS เอาไว้ เพราะปุ่มกดขอความช่วยเหลือด่วนจากคนใกล้ตัวนี้ จะส่งถึงผู้รับได้อย่างรวดเร็วจำนวนมากถึง 5 รายชื่อที่บันทึกเบอร์เอาไว้ และด้วยเสียงไซเรนอันดังชัดจากเครื่อง ระบบ SOS จะทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลได้ยินเสียงจากเครื่องได้ชัดเจน อย่างน้อยๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ทันท่วงที โดยกลุ่มลูกค้า นอกจากจะเน้นไปที่ผู้ใช้ที่เป็นผู้สูงวัยแล้ว เราเริ่มเจาะกลุ่มที่เป็นผู้หญิงให้มากขึ้น เนื่องจาก มือถืออาม่า” ใช้ง่านคล่องตัว มีน้ำหนักเบา มีปุ่มโทรด่วน (Speed Dial) ซึ่งคาดว่ากลุ่มลูกค้าใหม่นี้ น่าจะโตขึ้นอีกราว 20% ในครึ่งปีหลังนี้

          ในส่วนของปัญหาในช่วงโควิดนี้ เรียกได้ว่า สวนทางกันเลยทีเดียว ยอดขายของมือถืออาม่า มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มมากขึ้น เพราะเนื่องจากมีกลุ่มคนผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี และล่าสุดเราจำหน่ายให้ดิสทริบิวเตอร์ไปถึง 3,000 เครื่อง เพราะทางประเทศจีนค่อนข้างขาดแรงงานและมีปัญหาทางด้านไวรัส โควิด-19 ที่ส่งของให้เราล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

          คุณสุรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แผนการตลาดในอนาคตที่เราวางไว้ นอกจากจะชูจุดขายที่แข็งแรง คือ SOS ของเราแล้ว และกำลังพัฒนา แอพพลิเคชั่นบางตัวขึ้นมา ซึ่งในเวลานี้ยังไม่สามารถระบุได้ในรายละเอียด แต่ไม่เกินปลายปีนี้แน่นอน