โครงการ เดอะ ปาร์ค เปิด “เดอะ ปาร์ค ไลฟ์” ไลฟ์สไตล์รีเทลแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ช่วยสร้างสมดุลแห่งไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต
September 11, 2020
SK โรดโชว์ บล. คันทรี่ กรุ๊ป
September 15, 2020

ชุมชนบึงบางซื่อตื้นตันได้บ้านใหม่ นายกชื่นชม ชุมชนสามัคคี มีวินัย ออมเงินสร้างบ้าน ชูเป็นต้นแบบชุมชนเมืองเข้มแข็ง


 

ชาวบ้านบึงบางซื่อตื้นตันได้บ้านใหม่ พร้อมทะเบียนบ้าน มีน้ำ-ไฟ สัญญา
จะพัฒนาเป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง และบึงน้ำเป็นแก้มลิงและปอดให้คนเมือง นายกชื่นชม ชุมชนสามัคคี มีวินัยออมเงินสร้างบ้าน ยกให้เป็นต้นแบบชุมชนเมืองเข้มแข็ง ขอบคุณภาครัฐ-เอกชน ที่สร้างกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง

 

นางสาวอัจฉราพร อิ่มโพธิ์ ตัวแทนชุมชนบึงบางซื่อ กล่าวว่า พวกเราอยู่อาศัยรอบบึงบางซื่อมาตั้งแต่เด็ก จนมีครอบครัวของตนเอง ที่นี่มีสภาพเสื่อมโทรม อยู่กันอย่างแออัด มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและอบายมุข
ต่าง ๆ การไม่มีทะเบียนบ้าน ทำให้เราไม่มีน้ำ-ไฟใช้ ไม่มีสิทธิส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน โครงการนี้ช่วยพลิกฟื้นชีวิตให้เรามีบ้านของตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ดี มั่นคง พร้อมกับมีทะเบียนบ้าน มีถนนเข้าบ้านที่ปลอดภัย เชื่อว่าลูกหลานเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ

“ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี เอสซีจี ภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยมอบชีวิตใหม่ ให้โอกาสพวกเรามีส่วนร่วมออกแบบบ้านของตนเอง และยังมีบ้านส่วนกลางให้คนสูงอายุที่ไร้อาชีพ อีกทั้งยังสนับสนุนให้เราออมเงินสร้างบ้าน โดยเราจะดูแลบึงน้ำให้สะอาด ในอนาคตอยากพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง เพื่อต่อยอดอาชีพสร้างรายได้ให้กับพวกเรา”

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการ “มอบบ้านใหม่ให้ชุมชนบึงบางซื่อ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ” ณ พื้นที่บึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความฝันของพี่น้องชุมชนบึงบางซื่อเป็นจริง ที่ได้มีบ้านใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้รับทะเบียนบ้าน ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน และระบบการบริการที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง

ผมขอชื่นชมชาวชุมชนบึงบางซื่อด้วยใจจริง ที่อดทน อดออม สะสมเงินเพื่อสร้างบ้าน และลุกขึ้นมาร่วมมือร่วมใจกัน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้พัฒนาชุมชน ทั้งการรักษาระเบียบวินัย กติกาสังคม รวมถึงยังช่วยกันสอดส่องระมัดระวังสิ่งผิดกฎหมาย ดูแลบ้านเรือน พื้นที่ส่วนกลาง ให้สะอาดปลอดภัย เป็นตัวอย่างที่ดีของชุมชนเมืองที่เข้มแข็ง มีความรัก-สามัคคี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ทำให้บ้านเป็นมากกว่าบ้านที่อยู่อาศัย

ขอขอบคุณ เอสซีจี องค์กรพันธมิตร และคณะสานพลังประชารัฐ ที่ได้นำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญมาช่วยกันแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบึงบางซื่อให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ การให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มโครงการฯ ทำให้พวกเขามีบ้านที่ตรงกับความต้องการและวิถีชีวิตของตนเอง เป็นหนึ่งใน “ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ” และขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าทำโครงการหรือกิจกรรมที่ประสานพลังกันเช่นนี้ เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน ให้กับประเทศไทยต่อไป”

ด้าน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บึงบางซื่อเคยเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ของเอสซีจี มีพื้นที่ 61 ไร่ ได้ใช้พื้นที่ขอบบึงทำเพิงพักให้คนงาน จากนั้นได้อาศัยสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งมีคนต่างถิ่นอพยพเข้ามาอยู่ กลายเป็นชุมชนใหญ่ มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ในปี 2559 เอสซีจีจึงร่วมกับภาครัฐเอกชน และชุมชน ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนก่อนที่จะมอบที่ดินผืนนี้ให้กรมธนารักษ์ดูแล เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชุมชน

ปัจจุบันการพัฒนาพื้นที่ระยะที่ 1 สำเร็จแล้ว มีที่พักอาศัยรวม 197 ยูนิต วรียนสื่อมวลชน

และอาชีพ จ0ประกอบด้วยทาวน์เฮ้าส์ 60 หลัง
ที่ชุมชนเข้าอยู่แล้ว พร้อมบ้านผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังและไม่มีรายได้ 4 ห้อง ส่วนอาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ห้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2564

“หัวใจความสำเร็จของโครงการนี้ คือ ชุมชนได้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ 1.) การยืนยันสิทธิ์ร่วมโครงการเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรม 2.) สร้างวินัยการออม สะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน 3.) ร่วมกันคิดและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต 4.) กำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน 5.) ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและความสะอาดของชุมชน ซึ่งผลจากการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนทัศนคติ มีความเอื้ออาทร ทำเพื่อส่วนรวม เป็นชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งเอสซีจีเชื่อมั่นว่า ชุมชนมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง ดูแลบึงน้ำให้สะอาด สวยงาม รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น ๆ ในอนาคต”