“VL” ปิดดีล คู่ค้ารายใหม่ในต่างแดน
February 19, 2021
กราบถวายมุทิตาจิตสักการะ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคล 68 ปี
February 22, 2021

กกท. ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ลงนาม MOU ดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬา

ดร. ก้องศักด  ยอดมณี  ผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬา ระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย กับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมี เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564  ที่ผ่านมา

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายให้  การกีฬาแห่งประเทศไทย รณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเผยแพร่ความรู้ ตลอดจนสร้างทางเลือกของการออกกำลังกายอย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความปลอดภัยต่อการออกกำลังกายและเล่นกีฬา จึงได้ดำเนินการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการป้องกันการเสียชีวิตในสถานกีฬา ที่การกีฬาแห่งประเทศไทยดูแล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนที่รักสุขภาพเกิดความมั่นใจต่อการออกกำลังกายในสถานกีฬา และพร้อมที่จะผลักดันให้หน่วยงานในสังกัดได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในสถานกีฬาให้กับประชาชน ในช่วงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และในอนาคตการออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงการมีฝุ่นละอองในอากาศจำนวนมากอาจทำให้ผู้ออกกำลังกายเกิดความอึดอัดแน่นหน้าอก จนถึงความผิดปกติของระบบหายใจและไหลเวียนเลือด จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ประชาชนจึงต้องมีความระมัดระวังในการออกกำลังกายให้มากขึ้น ต้องมีการตรวจเช็คสุขภาพพื้นฐานเป็นระยะ ๆ และออกกำลังกายอย่างมีขั้นตอนถูกต้องและเหมาะสม 

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่จะร่วมให้ความรู้แก่บุคลากรทางการกีฬารวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการช่วยชีวิตแก่บุคคลใกล้เคียงที่มีสัญญาณอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในขณะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา และสามารถเข้าถึงอุปกรณ์เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED) และการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ผู้ออกกำลังกาย ทำให้เกิดความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกภาคส่วนสำหรับการออกกำลังกายในสถานกีฬาทั่วประเทศ อีกด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประสานความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จะเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬาในสถานที่ฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬาให้มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเล่นกีฬาและการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างปลอดภัย ลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเล่นกีฬารวมถึงการจัดการแข่งขันกีฬาได้”

เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในเรื่องจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬา ซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันการเกิดการบาดเจ็บและเจ็บป่วยฉุกเฉินและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ทั้งนี้ การให้ความรู้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการแข่งขันกีฬา และประชาชน การพัฒนาทักษะการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬาให้บุคลากรด้านการกีฬาที่เกี่ยวข้อง และการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานที่ฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬาให้มีมาตรฐาน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเล่นกีฬาและการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างปลอดภัย ลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและการจัดการแข่งขันกีฬาได้

 “ความร่วมมือในครั้งนี้ สพฉ. จะส่งเสริมสนับสนุนและดำเนินการพัฒนาหลักเกณฑ์ แนวทาง มาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬาสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาและการเล่นกีฬา, ส่งเสริมสนับสนุนและประสานในการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬา ในสถานที่การแข่งขันกีฬา และสถานที่ฝึกซ้อม, ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ การจัดทำหลักสูตรการอบรมการแพทย์ฉุกเฉินด้านกีฬาสูตรการปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน การฝึกอบรม ศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน และการประชุมทางวิชาการ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวข้องกับงานการแพทย์ฉุกเฉินด้านกีฬา, ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านการสื่อสารและการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินด้านการกีฬาให้แก่ประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง”