NOBLE โชว์งบปี 63 รายได้รวมโตทุบสถิติเกินเป้า แตะ 10,895 ล้านบาท แจกจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น เตรียม XD วันที่ 10 พฤษภาคม นี้
March 2, 2021
VL เปิดโครงการต้นกล้า V.L.Seeds รุ่นที่ 2
March 2, 2021

AIRA โชว์ผลงานปี 63 กลับมาเทิร์นอะราวนด์ หลังทำกำไรสุทธิพุ่ง
พร้อมจ่ายปันผล 0.013 บาทต่อหุ้น – เดินหน้าสู่ผู้นำธุรกิจ Non-Bank ครบวงจร

บมจ. ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) ตอกย้ำการพลิกฟื้นการดำเนินงาน (การเทิร์นอะราวด์) จากที่ขาดทุน    โชว์ผลงบปี 2563 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่  105  ล้านบาท  หลังบริหารต้นทุนทางการเงินและควบคุมการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจ่ายปันผล 0.013 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ด้าน CEO AIRA Group “นลินี งามเศรษฐมาศ” ประกาศเดินหน้าสู่ผู้นำธุรกิจ Non-Bank ครบวงจร ภายใต้การให้บริการทางการเงินแบบ One stop service เต็มรูปแบบ ชูศักยภาพสภาพคล่องทางการเงิน และ Partnership ชั้นนำระดับโลก เสริมทัพความแข็งแกร่ง

นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA เปิดเผย ถึงผลการดำเนินงานในปี 2563 สิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ว่า บริษัทฯมีรายได้รวมในงบการเงินเฉพาะกิจการเท่ากับ 170 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 105  ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 132 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน  27  ล้านบาท  ถือเป็นการพลิกฟื้นการดำเนินงาน (เทิร์นอะราวด์) แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

 ทั้งนี้ รายได้หลักมาจากกำไรจากการขายเงินลงทุนและเงินปันผลรับจากบริษัทย่อย  โดยบริษัทได้มีการขายหุ้นบางส่วนในบริษัท ไอร่า ลีสซิ่งจำกัด(มหาชน)  ให้กับ NEC Capital Solution Limited  ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว  เพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ   ซึ่งมีการรับรู้กำไรจำนวน 85 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการบริหารจัดการด้านต้นทุนทางการเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการดำเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจหลักมีการเติบโตและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง   ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน) ที่มีประมาณการซื้อขายในตลาดหุ้น และตลาดอนุพันธ์    และ  บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีรายได้ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

 ขณะเดียวกันบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ได้แก่ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า Spring Tower แม้จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19  แต่บริษัทยังสามารถหาผู้เช่าและมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ   

“ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลประกอบการสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2563  เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยงบการเงินรวม มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากปีก่อน  ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวลงไปก็ตาม” 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564  มีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิงวดปี 2563  เพื่อจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.013 บาทต่อหุ้น  โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 14  พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้ สิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวยังต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIRA กล่าวถึงภาพรวม AIRA Group  ในปีนี้ว่า บริษัทฯยังคงดำเนินแผนการลงทุนที่วางไว้ตามนโยบายของบริษัท Holding Company ที่ประกอบธุรกิจการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์บริการทางการเงินในรูปแบบ Non-Bank ครบวงจร ภายใต้การให้บริการทางการเงินแบบ One stop service เนื่องจากกลุ่มธุรกิจของบริษัทในเครือ AIRA Group  สามารถต่อยอดและให้บริการตามความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจลีสซิ่ง ซึ่งเป็นการให้บริการสินเชื่อแบบเช่าซื้อ สัญญาเช่าดำเนินงานและอื่นๆ, ธุรกิจแฟคตอริ่ง ผู้ให้บริการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นด้วยการรับซื้อลดลูกหนี้การค้าโดยการรับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน , ธุรกิจด้านการเงิน ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล, ธุรกิจหลักทรัพย์ , ธุรกิจด้านบริหารจัดการกองทุน ภายใต้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอร่า จำกัด  รวมถึง ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

 AIRA Group เป็น Holding Company ที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (รีเทิร์นอินเวสเมนท์)  ให้กับผู้ถือหุ้นสูง ประกอบกับมีศักยภาพความแข็งแกร่งทางการเงิน โดย ณ สิ้นปี2563 บริษัทฯมีกระแสเงินสดมากกว่า 800  ล้านบาท ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทเป็น Non-Bank บริษัทเดียวที่ได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการร่วมลงทุนในแต่ละธุรกิจ โดยกลุ่มพันธมิตรดังกล่าวอยู่ในระดับ TOP 3 ของ กลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละประเทศ อาทิ บริษัท AIFUL Corporation ประเทศญี่ปุ่น , บริษัท Eugene Investment &Securities ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทการเงินและวัสดุก่อสร้างชั้นนำจากประเทศเกาหลี  , บริษัท Kenedix Asia Private Limited บริษัทจัดการกองทุนและบริหารสินทรัพย์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น  หรือแม้แต่ Travelex ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ จากอังกฤษ ที่ดำเนินธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น

“AIRA Group มีการวางกลยุทธ์ในการต่อยอดธุรกิจทางการเงินอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ในปี2564 นี้ AIRA Group ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ Non-Bank ทางการเงินการลงทุนที่ครบวงจร และสามารถให้บริการได้ในทุกมิติ เป็นการสะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ  ในการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง”