“เฉลิมชัย”เดินหน้า”5ยุทธศาสตร์เกษตร” มอบ”ปริญญ์”ขับเคลื่อน”เกษตรสร้างสรรค์”เพิ่มมูลค่าสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรจับมือพาณิชย์และสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์เปิดตัวงานคาแรคเตอ์อาร์ต27-28มีนาคมนี้
March 25, 2021
ครั้งแรก กับการ จับมือ 3 เจ้ากระทรวง (สำนักนายกรัฐมนตรี , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , กระทรวงวัฒนธรรม) โปรโมท เส้นทาง ศรัทธาทัวร์ หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและช่วยเศรษฐกิจฐานราก และ ชุมชน
March 25, 2021

ดร.ธนกร ศรีสุขใส
ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อฯ
ปักหมุด ผลักดันสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงสังคม

ดร.ธนกร ศรีสุขใส
ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.2558 หน่วยงานนี้ทำอะไร และทำไมต้องมีกองทุนนี้ เราจับเข่าคุยกับ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 1 กรกฎาคม 2563

“ผมเป็นผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อฯ คนที่ 2  กฎหมายกองทุนออกมาเมื่อปี 2558 แต่กองทุนเริ่มดำเนินการได้ก็ปี 2559 แล้ว ต่อมาในปี 2560 เป็นปีแรกที่เริ่มดำเนินการจัดสรรทุน และดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปีนี้ก็เป็นปีที่ 5 แล้ว อย่างไรก็ตาม เราก็ถือว่าเราเป็นองค์กรเกิดใหม่ ช่วงแรกที่ผมเข้ามา กองทุนยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ปลายปีที่แล้ว เราก็ใช้โอกาสในช่วงของการเปิดรับทุนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทราบว่า เรามีกองทุนอยู่นะ และกองทุนก็ต้องการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มได้ใช้สิทธิเสนอโครงการอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งผลปรากฏว่าการเปิดรับทุนปีที่แล้วมีผู้เสนอโครงการเป็นจำนวนมากถึง 1,460 โครงการ มูลค่าสูงถึง 5,000 ล้าน ขณะที่ปีนี้ มีผู้เสนอขอทุนเข้ามาจำนวน 1,342 โครงการ มูลค่ากว่า 6,200 ล้าน ทั้งที่กองทุนมีเงินอยู่เพียง 300 ล้านบาทเท่านั้น”

ผู้จัดการกองทุน อธิบายว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เกิดขึ้น เนื่องจากสภาพการณ์ของสื่อโดยทั่วไปไม่ได้ทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างที่ควรจะเป็น ภาพรวมของสื่อโดยทั่วไปมุ่งสร้างความนิยมของผู้เปิดรับ ทั้งผู้ชม ผู้ฟัง ผู้อ่าน หรือผู้เสพ คุณภาพของเนื้อหาและความรับผิดชอบต่อผลกระทบของเนื้อหาเป็นสิ่งที่มาทีหลัง ขณะที่สื่อดีๆ สื่อสร้างสรรค์ สื่อเพื่อประโยชน์ของสังคมมีน้อย เกิดยาก เกิดแล้วก็ไม่ยั่งยืนอีก รัฐจึงมองว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องมีกองทุนขึ้นเพื่อเป็นแหล่งทุนในการรณรงค์ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ขึ้น เพราะหากปล่อยไปตามสภาพการณ์ของสื่อในปัจจุบันโอกาสที่สื่อดีๆจะเกิดขึ้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

“ต้องยอมรับสื่อโดยทั่วไปอยู่ภายใต้ระบบธุรกิจ เพราะการประกอบการเชิงพาณิชย์เป็นการลงทุนที่ต้องการผลตอบแทน ต้องการกำไร ดังนั้น การที่เราจะไปคาดหวังให้ผู้ประกอบการในระบบธุรกิจผลิตเนื้อหาดีๆ เขาก็จะถามกลับว่าแล้วรัฐช่วยอะไรเขาบ้าง ขณะที่สื่อของรัฐเองก็ต้องตอบสนองส่วนราชการเป็นสำคัญ ซึ่งประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้ ประเทศไทยเราก็พยายามหาทางออกมานานแล้ว ตั้งแต่เกิดกระแสเรื่องการปฏิรูปและการเรียกร้องให้เกิดสื่อสาธารณะ อย่างเช่น ไทยพีบีเอส หรือสื่อวิทยุประเภทบริการชุมชน บริการสาธารณะ ที่รับใบอนุญาตชั่วคราวจาก กสทช. แต่ว่าก็ยังไม่เพียงพอ

เป้าหมายพื้นฐานของกองทุนสื่อคือ ลดทอนสื่อร้าย ขยายสื่อดี ซึ่งการลดทอนสื่อร้ายเป็นเรื่องของการรู้เท่าทันสื่อ เริ่มต้นจากประชาชนทุกคนในฐานะผู้รับสื่อ ที่จะต้องมีสติ รู้เท่าทัน เบื้องต้นก็ขอแค่รู้จักไตร่ตรอง ไม่เชื่อง่ายด่วนสรุป ไม่แชร์ถ้าไม่ชัวร์ มากกว่านั้นก็เป็นทักษะเชิงวิชาการที่ต้องใช้องค์ความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะว่าสื่อนี้นำเสนออะไร มีผลกระทบกับใครบ้าง ใครได้ประโยชน์ ใครอยู่เบื้องหลัง และผลต่อสังคมเป็นอย่างไร ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้ถือเป็นผู้เปิดรับสื่อคุณภาพ จากผู้เปิดรับสื่อคุณภาพ กองทุนก็มีโครงการในการสนับสนุนให้มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย ทำหน้าที่เฝ้าระวังสื่อที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ไม่ปลอดภัยทั้งหลาย”

ผู้จัดการกองทุน ย้ำว่า กองทุนตระหนักอยู่เสมอว่าภารกิจในการขับเคลื่อนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เป็นภารกิจที่ต้องการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม ลำพังเพียงกองทุนเองไม่สามารถดำเนินการให้ภารกิจลดทอนสื่อร้าย ขยายสื่อดีประสบความสำเร็จได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของกองทุนข้อหนึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า กองทุนต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง

คำว่าขยายสื่อดี หมายรวมถึงทั้งการทำให้เพิ่มขึ้นและการสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งกองทุนวางกรอบไว้อย่างเป็นระบบว่าการจะทำให้เกิดสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์นั้น จะให้เงินอย่างเดียวคงไม่ไม่พอ จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรผู้ผลิตสื่อด้วย ต้องสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมทั้งยังต้องมีกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้วย ซึ่งกองทุนได้ดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ใน 2 แนวทางด้วยกัน คือ การดำเนินการในรูปแบบของการจัดสรรทุนประจำปี และการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการตามยุทธศาสตร์ 4 ด้านของกองทุนที่สำนักงานดำเนินการเอง

ผู้จัดการกองทุน กล่าวว่าทิศทางในการจัดสรรทุน จะคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและสภาพการณ์ของสื่อ แล้วนำมากำหนดเป็นประเด็นสำคัญในการจัดสรรทุนภายใต้กรอบแนวคิด “Grants for Change” ซึ่งหวังว่าผลผลิตหรือชิ้นงานของผู้รับทุนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

​“เฉพาะในเรื่องของการผลิตสื่อนั้น เท่าที่ดำเนินการมา ผมถือว่ากองทุนผลิตชิ้นงานออกมามากพอสมควร ตอนนี้สำนักงานได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลของผลงานทั้งหมด เพื่อนำมาขยายผลต่อยอด ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง ผลงานบางชิ้นก็ถูกนำไปเผยแพร่ใน แพลตฟอร์มต่างประเทศและนำผลตอบแทนที่เป็นรายได้กลับเข้ากองทุน

สำนักงานกองทุนยังคิดไกลไปถึงว่าต่อไปกองทุนจะเป็นแหล่งรวม Content สื่อสร้างสรรค์ของประเทศที่ใหญ่ที่สุด และผลงานของเรานอกจากจะเผยแพร่ให้กับคนไทยแล้ว ยังมีโอกาสส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งผลพลอยได้ที่สำคัญที่สุดมันไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นเรื่องราวของความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยว อาหาร สิ่งที่คนไทยมีแต่ชาติอื่นไม่มี หลากหลายเรื่องราวเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดสอดแทรกอยู่ในเนื้อหาสื่อรูปแบบต่างๆที่กองทุนให้การสนับสนุน ซึ่งกองทุนเชื่อว่าประเทศไทยมี ช้างเผือก จำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้”