คปภ. บูรณาการร่วมกับภาคธุรกิจ มอบของขวัญปีใหม่ไทย “ประกันภัย 10 บาท” คุ้มครองครบวงจรในกรมธรรม์เดียว “อุบัติเหตุ – โควิด19 – แพ้วัคซีนโควิด 19” • เปิดโครงการ “รณรงค์ความปลอดภัย ทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564” พร้อมเปิดบริการสายด่วน คปภ. 1186 ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วง 7 วันอันตราย
April 4, 2021
“Rewind 90’s ย้อนวันกลับไปวันวาน”
April 4, 2021

นิพนธ์ เร่ง ศอ.บต. เสนอขอรับงบประมาณ แก้ปัญหาเด็กเล็กพื้นที่ชายแดนใต้มีโภชนาการต่ำ พร้อม ติดตามความคืบหน้าการเสนอแนวทางแก้ไขจากทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนมติ กพต.ประเด็นการแก้ไขปัญหาสุขภาวะ และโภชนาการต่ำของเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ตัวแทนสำนักงบประมาณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา หน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น และท้องที่ เข้าร่วมประชุมหารือฯ

โดยประเด็นการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและภาวะโภชนาการของเด็กๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักประสานงานการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จากการประชุมหารือแนวทางการดำเนินการดังกล่าวที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการจัดทำข้อมูลเด็กและกลุ่มอายุ 0-5 ปีและแนวทางการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะเชื่อมโยงกับการจัดสวัสดิการภาครัฐในเด็กแรกเกิดรวมถึงการดูแลที่เกี่ยวเนื่องในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสถานศึกษาและสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน โดยให้รายงานผลการปฏิบัติและแนวทางการจัดทำข้อเสนอในการประชุมครั้งถัดไป นั้น

ในการนี้ นายนิพนธ์ รมช.มท. ได้กล่าวสรุปถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในส่วนของการขอรับการสนับสนุนงบประมาณว่า “ต้องให้ ศอ.บต. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงบประมาณในวงเงิน ประมาณ 165 ล้านบาท โดยเป็นปีงบประมาณ 2565 ซึ่งก็ขอให้ทำเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมของคณะกรรมการ กพต. พร้อมทั้งยื่นต่อคณะรัฐมนตรีในการยื่นขอแปรญัตติ ส่วนหากเป็นไปได้ถ้า covid-19 บรรเทาเบาบางลง ถ้าจะขอใช้งบกลางของท่านนายก ก็ต้องมาดูในเรื่องของความจำเป็น ซึ่งต้องขอให้สำนักงบประมาณดูในส่วนนี้ด้วย เพราะขณะนี้งบประมาณปี 64 ได้เริ่มปีงบประมาณไปแล้ว 6 เดือน และ 6 เดือนที่เหลือในปี 64 ถ้าจะเร่งรัดในการแก้ปัญหานี้เลย ก็ให้ใช้งบประมาณที่เหลือในปี 64 ต้องดูว่าจะใช้ได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีงบประมาณอยู่ 70 ล้านบาท แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้งบประมาณในปี 65 เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ คือเดือนตุลาคมปี 64 แต่ถ้าปีงบประมาณ 65 ไม่ได้ ก็ขอให้ตั้งเป็นงบประมาณของปี 66 เอาไว้ โดยให้อยู่ในแผนขอสนับสนุนงบประมาณ”