เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ เปิดตัว “Pharmica Plaster” แผ่นแปะบรรเทาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
April 26, 2021
ดื่มง่าย “สก๊อต เพียวเร่ เซเลอรี่ ดริ๊งค์” อร่อย..เคลียร์ อีกระดับของการดูแลจากภายใน เทรนด์ใหม่ของของคนรักสุขภาพ ด้วยน้ำเซเลอรี่สกัดเข้มข้น
April 26, 2021

AIRA เปิดแผนสร้างความแข็งแกร่ง
เล็งนำ 2 บริษัทลูกเข้าตลาดหุ้นปี 65

บมจ. ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) เปิดแผนสร้างความแข็งแกร่งหนุนเติบโตระยะยาว เล็งนำ 2 บริษัทลูกกลุ่มสินเชื่อ และลีสซิ่งเข้าตลาดหุ้นไทยปี 65 พร้อมสยายปีกธุรกิจอสังหาฯ ผ่านกอง REIT ทั้งสินทรัพย์อาคารสำนักงานให้เช่า คลังสินค้า หวังกำไรโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเร่งพัฒนาระบบไอทีรองรับบริการรูปแบบใหม่ที่จะทำในอนาคต เพื่อต่อยอดธุรกิจสร้างความมั่งคั่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในต่างประเทศ           

นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA กลุ่มบริษัทการเงินชั้นนำซึ่งประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) เปิดเผยถึงแผนการทำธุรกิจและการลงทุนว่า ที่ผ่านมาทั้งกลุ่มบริษัทมีการขยายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปี 2563 จะเป็นปีแห่งความยากลำบากเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สะท้อนจากผลประกอบการปี 2563 บริษัทสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ และด้วยศักยภาพการทำธุรกิจของบริษัทลูกและบริษัทร่วมทุนที่รักษาระดับการเติบโตของรายได้และการขยายตัวเป็นไปตามเป้าหมายเป็นตัวแปรหลักผลักดันผลเชิงบวกต่อเนื่องมาจนถึงผลการดำเนินงานในปี 2564

 อย่างไรก็ตาม จากแผนยุทธศาสตร์การสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในเครือตลอดหลายปีที่ผ่านมา  บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัทในเครือ 2 แห่ง โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะนำบริษัททั้ง 2 แห่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยภายในปี 2565 ได้แก่ บมจ. ไอร่า แอนด์ ไอฟุล บริษัทร่วมลงทุนกับบริษัท AIFUL Corporation ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคล บริการบัตรกดเงินสด     “A money” และ บมจ. ไอร่า ลีสซิ่ง ประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งล่าสุด NEC CAPITAL SOLUTIONS LIMITED  บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว   ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 20 %     

“แม้ตอนนี้ยังมีการระบาดของโควิด  แต่ บ. ไอร่าแอนด์ ไอฟุล สามารถปล่อยสินเชื่อมีรายได้เข้ามา บวกกับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้เริ่มมีกำไรตั้งแต่ต้นปี ซึ่งตามแผนที่ฝ่ายบริหารของไอร่า แอนด์ ไอฟุล เสนอสิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำไร ปีหน้าก็พร้อมที่จะเข้าตลาดหุ้นได้ เช่นเดียวกับ ไอร่า ลิสซิ่ง  มีการขยายสินเชื่อลีสซิ่งสนับสนุน SME มาโดยตลอด” นางนลินี กล่าว

 ส่วนแผนขยายการลงทุนทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่านบริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทร่วมทุนกับ Kenedix  Asia  Pte,Ltd. ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น   และEugene  Investment & Securities Co., Ltd  กลุ่มธุรกิจชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้      อยู่ระหว่างการโอนโครงการสำนักงานให้เช่า  Spring Tower  มูลค่า 2,500 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่า ขณะเดียวกันกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการคลังสินค้า เพื่อนำทรัพย์สินเข้ากอง REIT ประเภทคลังสินค้าด้วย ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานของบริษัทแบบก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ไอร่าอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบไอที รองรับการทำธุรกิจและบริการรูปแบบใหม่ๆที่จะทำในอนาคต โดยเฉพาะการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโทเคอร์เรนซี่ บิทคอยย์ และยังมีการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trading) เพื่อเพิ่มศักยภาพและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ  ซึ่งการพัฒนานี้จะเป็นส่วนช่วยผลักดันศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ และยังมีแผนต่อยอดการทำธุรกิจกับพันธมิตรต่างประเทศ ในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง Wealth Management และที่ปรึกษาการลงทุน  ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอร่า  บริษัทในเครือน้องใหม่ล่าสุด โดยมีลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับบน High Net Worth  เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

“เราจะร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศที่เรามีอยู่ทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง FUCHS & Associés  Finance  (Suisse) S.A. หรือ ฟุคส์  ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งทรัพย์สินครอบครัวชั้นนำจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว ส่งผลให้  AIRA Group เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจการเงินของประเทศไทย และพร้อมยกระดับการให้บริการทางการเงินแบบ One stop service  ครบวงจรในทุกมิติ เพื่อผลักดันสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจ Non-Bank  ชั้นนำ” นางนลินี กล่าว