VL ส่งซิก Q2/64 เรือแล่นฉิว เปิดทางรับลูกค้าใหม่ มั่นใจปีนี้ ปั้นรายได้รวมทั้งปีเพิ่ม 15-20%
May 13, 2021
ทีเอ็มบีธนชาตสร้างเสถียรภาพระบบไฟฟ้า มั่นใจใช้ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ MDB Care ผ่านตู้สวิตช์บอร์ดไฟฟ้า MDB โซลูชันจากดีแทคและอาซีฟา
May 13, 2021

“KWM” เสิร์ฟข่าวดี 2 เด้ง
Q1/64 กำไรสุทธิพุ่ง 400%
แจกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม

บมจ. เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค (KWM) โชว์ฟอร์มเจ๋งตามนัด ไตรมาส1/64 โตสนั่นโกยกำไรสุทธิ 25.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.10 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 406.88 (YoY) ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 153.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.44 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ104.32 (YoY) ขานรับยุคทองภาคการเกษตร หนุนการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรทะลัก ส่งซิกช่วงที่เหลือของปียอดขายโตต่อ จากการปั้นออเดอร์แบรนด์ “ตราช้าง” ป้อนสยามคูโบต้า และแบรนด์ “Pegasus” จ่อทบทวนเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีใหม่หลังจบไตรมาส 2/64 ลุยทุ่มงบ 50 ล้านบาทอัพกำลังการผลิตใหม่ ศึกษาก่อสร้างคลังสินค้าใหม่หวังบริหารจัดการสต็อกเพิ่มอัตรากำไร ล่าสุดบอร์ดเคาะแจกวอร์แรนต์ให้ผู้ถือหุ้นเดิม 140 ล้านหน่วยฟรีในอัตรา  3หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์    

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้นำในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรและมีประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมเครื่องกล และผู้นำในการผลิตเครื่องสกัดสารสกัดจากพืชสมุนไพร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2564 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 ว่า ภาพรวมผลประกอบการงวดไตรมาสแรก บริษัทฯมีรายได้จากการขายอยู่ที่  153.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.44 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 104.32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.10 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 406.88 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

สาเหตุที่บริษัทฯมีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่น เป็นผลมาจากปัจจัยด้านฤดูกาลหรือเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจที่ปกติจะเกิดขึ้นไตรมาสแรกของทุกปี ทำให้ยอดขายเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรของบริษัทฯ เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของภาคการเกษตรทั้งการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น และราคาสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นแรงจูใจให้เกษตรกรขยายการผลิตเพิ่มขึ้น

            ซึ่งจากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ ดังนั้นบริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาเตรียมทบทวนปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ของปีนี้รอบใหม่หลังจากสิ้นสุดไตรมาส 2/2564 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเดิมที่วางเป้าหมายรายได้ปีนี้จะเติบโตประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้อยู่ที่ 355.06 ล้านบาท จึงมีความเป็นไปได้ว่าภาพรวมผลประกอบการตลอดทั้งปี 2564 จะสามารถเติบโตทุบสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้งต่อเนื่องจากปี 2563

            “จากการสำรวจความต้องการสินค้าการเกษตรของ 2 กลุ่มหลักเห็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเร่งตัวของการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มแรก คือ การผลิตสินค้าให้กับคู่ค้ารายใหญ่ภาคเกษตร ได้แก่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ตราช้าง” ที่ล่าสุดได้เร่งการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรในจำนวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาการผลิตตามปกติเพื่อสอดรับกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเกษตรกร เช่นเดียวกับแนวโน้มยอดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ “Pegasus” เป็นตราสินค้าของบริษัทเองที่ผลิตอุปกรณ์การเกษตร เช่น ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน”

            อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้บริษัทฯวางงบลงทุนปีนี้ประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ลงทุนขยายสายการผลิตใหม่แห่งที่ 3 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตส่วนอุปกรณ์ประเภทใบผาลพร้อมติดตั้งเครื่องพ่นสี รองรับความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต โดยไลน์การผลิตใหม่นี้จะนำมาตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานแห่งที่ 2 ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับการลดหย่อนสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มจำนวนถึงปี 2569 เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในสายการผลิตดังกล่าวได้ภายในไตรมาส4/64

            พร้อมกันนี้บริษัทฯมีแผนก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่เพิ่มเติมอีก 1 แห่งเพื่อช่วยบริหารสต็อกสินค้าสร้างโอกาสการเติบโตรอบใหญ่และเพิ่มศักยภาพทำกำไรในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสินค้าทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นส่วนช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการในแต่ละไตรมาสให้มีความสมดุลด้านอัตราการเติบโตให้มีความใกล้เคียงกันตลอดทั้งปีอีกด้วย

            นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (KWM-W1) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรรเท่ากับ 3หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ออก และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1หน่วยต่อหุ้นสามัญของบริษัท 1 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ1.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ KWM-W1 (Record Date) ในวันที่ 27 พ.ค. นี้ เพื่อจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564ในวันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2564