“NOBLE” โชว์ฟอร์มเจ๋ง Q1/64 กำไรทะยาน 484 ลบ. โกยยอดขาย 2,568 ลบ.ดัน Backlog แตะ 12,884 ลบ. Q2/64 จ่อเปิดคอนโดฯ เพิ่มเติม – ปั้นยอดขายทั้งปีแตะ 16,000 ลบ.
May 14, 2021
AGE ยอดขาย Q1/64 แตะ 1.43 ล้านตัน ดันกำไรพุ่ง 193.8 % เปิดเกมรุกธุรกิจถ่านหิน – โลจิสติกส์ ปั้นรายได้รวมแตะหมื่นลบ.
May 14, 2021

VL ฤกษ์ดี กดปุ่ม VL-W1 เทรดวันนี้

บมจ.วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ VL ได้ฤกษ์ดี กดปุ่ม VL-W1 ลงสนามเทรดวันนี้               ส่งซิกเรือแล่นฉิว อนาคตไกล หลังมีเงินทุนรองรับการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า ภายหลังการใช้สิทธิแปลงสภาพหมด เล็งต่อยอดการลงทุนในการจัดซื้อเรือขนส่งสินค้าตามนโยบายการขยายจำนวนกองเรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ลำ 

นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL ดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ ทางทะเลทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย ให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเป็นหลัก เปิดเผยว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทหรือวอร์แรนต์ (Warrant) ครั้งที่ 1 หรือ  VL-W1 เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ วันที่ 14 พฤษภาคมนี้

สำหรับการออกหลักทรัพย์แปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ บริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)ครั้งที่ 1 ( VL-W1) บริษัทฯได้จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นสามัญเดิมฟรีโดยไม่คิดมูลค่าการจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวนไม่เกิน 400 ล้านหน่วย ในอัตรา 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งมีอายุ 2 ปี โดยสามารถเลือกใช้สิทธิได้ 4 ครั้ง และจะเริ่มใช้สิทธิครั้งที่ 1 ในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 และครั้งสุดท้ายในวันที่ 27 เมษายน 2566 ในอัตราการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนได้ 1 หุ้น ในราคา 0.50 บาท

 อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯออก VL-W1 ในครั้งนี้ จะส่งผลดีในอนาคต ที่บริษัทฯจะมีเงินทุนรองรับการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า และหากผู้ถือหุ้นมีการแปลงสภาพหมดตามสิทธิ จะส่งผลให้บริษัทฯได้รับเงินเข้ามาประมาณ  200 ล้านบาท ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทฯในอนาคต ในการนำไปเป็นเงินทุนในการขยายและต่อยอดการลงทุนของบริษัทฯใช้สำหรับการจัดซื้อเรือขนส่งสินค้าของบริษัทฯ ตามนโยบายการขยายจำนวนกองเรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 1 ลำ  ขนาดประมาณ 3,000 -12,000 DWT เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการ พร้อมทั้งรองรับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจสูง  โดยจะมีการขยายเส้นทางการเดินเรือใหม่ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังสามารถช่วยเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินของบริษัทฯให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น