Green Life Plus Issue 7 : March 2017
March 25, 2017
“SENA SOLAR HOUSE” ทางเลือกใหม่สำหรับการอยู่อาศัยที่นำเอาการจัดการพลังงานอย่างรู้คุณค่ามาผนวกใช้
March 29, 2017

"ลุคใหม่" กรมการขนส่งทางบก ก่อน "ผู้นำนวัตกรรมความปลอดภัยบนถนน"

วันหยุดส่งท้ายปลายปีมาถึงแล้วนะคะ หลายท่านต่างเราคอยที่จะได้พักผ่อนปลายปีในวันหยุดยาวสิ้นปี 2559 ต่อเนื่องจนถึงปี 2560 ประชาชนส่วนหนึ่งจะได้เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด อีกส่วนหนึ่งเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ การเดินทางโดยรถยนต์ทั้งส่วนบุคคลและรถสาธารณะยังเป็นการเดินทางหลักของประชาชน เมื่อมีรถจำนวนมาก การเดินทางยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน

จากโครงการ “7 วัน อันตราย” ที่เราคุ้นเคย ทำให้รับรู้เรื่อง สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในทุกๆ ปี แม้ภาครัฐจะมีการจัดโครงการต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยบนท้องถนน คิดและมีสติในทุกครั้งที่สตาร์ทรถ แต่ประเทศไทยก็ยังถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุเป็นที่สองของโลก

กองบรรณาธิการ. Green life plus ถือโอกาสฉบับรับปี 2560 สัมภาษณ์พิเศษ นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีฝ่ายปฏิบัติการ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามนโยบาย "ทศวรรษแห่งความปลอดภัยบนถนน” ตามนโยบายของภาครัฐได้มีการร่วมลงนามในสนธิสัญญา "ปฏิญญามอสโก" ร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนนให้มากกว่า 50%

"ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้ดำเนิน ลดการอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมารัฐบาลได้มีการประกาศปรับภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็น ”โมเดลไทยแลนด์ 4.0” เพื่อให้เกิดความทันสมัยด้านการทำงาน โดยการนำระบบดิจิตอล ไอที เข้าผสมผสาน ในทุกหน่วยงาน ของภาครัฐ กรมการขนส่งทางบกก็ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมากรมการสุขขนส่งทางบกไม่เคยหยุดนิ่งในเรื่องของ "นวัตกรรม" ยืนยันได้จากการได้รับรางวัล "กระบวนการบริการประชาชนด้านคุณภาพการให้บริการ" ซึ่งเป็นรางวัล จากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และกรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานเดียวที่ได้รับรางวัลดังกล่าวติดต่อกัน 13 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่องให้เกิดเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน”

เมื่อเกิด “โมเดลไทยแลนด์ 4.0” ขึ้นมา กรมการขนส่งทางบกก็ต้องปรับองค์กรให้เข้าสู่การเป็นองค์กรผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยด้วยการนำ “ระบบไอที-ดิจิตอล” เข้ามาร่วมพัฒนาศักยภาพบุคคลากร และการกำกับดูแลรถทั้งส่วนบุคคลและรถสาธารณะให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยเริ่มจากโครงการติดตั้งระบบ GPS ในรถบรรทุกสินค้า รถบัส ตลอดจนรถตู้โดยสาร โดยเริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นมา โดยรถที่จดทะเบียนในปี 2559 ทุกคันจะต้องมีการมีการติดตั้งระบบ GPS ในส่วนรถที่จดทะเบียนก่อนปี 2559 จะต้องดำเนินการติดตั้งระบบ GPS พร้อมเชื่อมโยงสู่ระบบโครงข่ายของกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี2562

ผู้นำนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

"ปัจจุบันมีติดตั้งเสร็จสิ้นพร้อมใช้งานไปแล้วกว่า 80,000 คัน โดยวัตถุประสงค์ของการติดตั้งระบบ GPS เป็นไปตามกฎกระทรวง ในการเอื้อประโยชน์และจะเป็นผลดีกับทั้งเจ้าของรถและกรมการขนส่งทางบก เพื่อที่จะกำกับดูแลรถบรรทุก รถโดยสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ในส่วนตัวเจ้าของก็สามารถที่จะเช็คการใช้งานของรถยนต์ของตัวท่านเองได้เป็นอย่างดี” โดยหลักการทำงานของระบบ GPS ดังกล่าว นั้นหลังจากเจ้าของได้นำรถติดตั้งระบบ GPSแล้ว

รถทุกคันจะต้องถูกนำมาเชื่อมโยงกับโครงข่ายที่กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำระบบไว้รองรับเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมตรวจสอบข้อมูลจากการเดินรถ ตั้งแต่รถเริ่มสตาร์ทจนสิ้นสุดเส้นทางการเดินรถ ร่วมไปกับเจ้าของด้วยเช่นกัน

ในการนี้กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำหน่วยงานที่เรียกว่า "ศูนย์การควบคุม GPS" ขึ้นมารองรับการการดำเนินงานดังกล่าวเพื่อจะมอนิเตอร์ข้อมูลต่างๆ จากรถที่ได้ดำเนินการติดตั้ง GPS เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินตรวจสอบได้ละเอียดและมีมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น

"เป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาคเอกชนเจ้าของรถให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีนอกจากจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐแล้วในการทำงานครั้งนี้ตัวเจ้าของรถเองยังได้กำกับดูแลรถของตัวเองได้ดีกว่าเดิมเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและการให้ บริการรถสาธารณะทั่วๆไป"

สำหรับแผนการทำงานต่อไปนั้น กรมการขนส่งทางบกอนาคต ได้ร่างกฎกระทรวงขึ้นมาใหม่เพื่อจะดำเนินการติดตั้งระบบ GPS ดังกล่าวให้กับรถแท็กซี่ ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ประมาณกว่า 100,000 คัน ทั้งส่วนบุคลและดำเนินธุรกิจในรูปบริษัท โดยบริษัทแท็กซี่บางบริษัทฯ ได้มีการเนินการดำเนินการติดตั้งระบบ GPS ในรถอยู่บ้างแล้วเหลือเพียงการนำระบบเข้ามาเชื่อมโยงกับกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

การปรับภาพลักษณ์องค์กรขานรับนโยบายโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ไม่เพียงปรับภาพลักษณ์เฉพาะรถสาธารณะเท่านั้น กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการจัดการติดตั้งเครื่องตรวจสอบสภาพรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ จากการตรวจสอบรถยนต์ผ่านระบบแมนวล “บันทึกมือ” เข้าสู่เครื่องมือที่มีระบบ “ประมวลผลแบบออนไลน์” ปัจจุบันได้เปลี่ยนระบบดังกล่าวครบแล้วทั้งใน 76 จังหวัด และใน 114 สาขาย่อยของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศด้วยเช่น

ข้อความข้างต้นไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในการทำงานเพื่อความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก หากเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการปรับภาพลักษณ์เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่ง ยังมีอีกหลายบทบาทและหน้าที่การทำงาน ก่อนที่ กรมการขนส่งทางบกจะก้าวเข้าสู่ภารกิจ แลละเป้าหมายสำคัญ ในการเป็น "ผู้นำนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน" อย่างยั่งยืน

banner_1208x300