คปภ. ออกเพิ่มอีก 3 มาตรการช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างเร่งด่วน กรณีเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางพลี
July 7, 2021
iClick Interactive เปิดตัวแพลตฟอร์ม iSmartGo นำแบรนด์ทั่วโลกบุกตลาดจีน ด้วยโซลูชัน SaaS กับแพลตฟอร์ม iSmartGo
July 7, 2021

UAC ดีเดย์เข้าคำนวณดัชนี sSET ครึ่งปีหลัง
ย้ำมีภูมิคุ้มกันการเงินแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) ดีเดย์เข้าคำนวณดัชนี sSET ครึ่งปีหลัง สบช่องสร้างความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ตอกย้ำสภาพคล่องดีฐานะทางการเงินแกร่ง P/E ที่ 13.61 เท่า และ D/E อยู่ที่ระดับต่ำเพียง 0.98 เท่า ด้าน CEO “ชัชพล ประสพโชค” แจง UAC มีภูมิคุ้มกันทางการเงินและมีการบริหารต้นทุนความเสี่ยงที่ดี เร่งเครื่องเดินหน้าขยายการลงทุนอิงโครงการที่สร้างผลตอบแทน (ROE) ในระดับไม่ต่ำกว่า 20% ขึ้นไป เพื่อสร้างอัตราการเติบโตระยะยาวให้ครบทุกมิติด้านการลงทุน Energy Efficiency และ Bio Circular Economy ทั้งในประเทศ กลุ่มประเทศ CLMV และโรงไฟฟ้าชุมชน 

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี   โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยถึงการได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี  sSET  ในครึ่งปีหลัง 2564  โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งการได้รับการเข้าคำนวณในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมั่นคงทางธุรกิจ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เมื่อพิจารณาจากระดับ P/E ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 13.61 เท่า โดยถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน

 “ ดัชนี sSET เป็นการใช้เครื่องมือในการเปรียบเทียบผลตอบแทน (Benchmark) สำหรับหุ้นขนาดเล็ก และขนาดกลาง และใช้คัดกรองหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี และยังมีโอกาสที่จะนำไปอ้างอิงสำหรับการออก ตราสารทางการเงินในอนาคตได้ ”

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการบุ๊กกำไรจากบริษัทร่วมทุน “บางจาก ไบโอฟูเอล” หรือ BBF งวดประจำปี 2563 ในส่วนที่เหลือ เข้ามาในไตรมาส 2/2564 นี้ จำนวน 119.92 ล้านบาท ยิ่งเป็นการสะท้อนถึงผลการดำเนินงานจากการลงทุนที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯมีความที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้ต่อทุนหรือ D/E Ratio อยู่ที่ 0.98 เท่า      

 พร้อมกันนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่บริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีก็เปรียบเสมือนเรามีภูมิคุ้มกันด้านการเงินที่ดี โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ดังนั้นบริษัทฯ จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยปรับนำ Business model ใหม่ อาทิ การทำ consulting service มาใช้ พร้อมทั้งพยายามรักษาการให้บริการและฐานะลูกค้าให้ดีอย่างต่อเนื่อง

 ล่าสุดบริษัทฯ เตรียมส่งมอบออเดอร์ (Backlog ) กว่า 250 ล้านบาท ให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจเทรดดิ้ง อาทิ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์  เนื่องจากกลุ่มลูกค้าได้กลับมาเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ โดย Backlog ดังกล่าวจะทยอยส่งมอบภายในครึ่งปีหลังทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มและแผนดำเนินการทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนั้น นายชัชพล กล่าวว่า บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นนโยบายการลงทุนด้าน Energy Efficiency และ Bio Circular Economy ทั้งในประเทศ และกลุ่มประเทศ CLMV อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาเลือกลงทุนในโครงการที่สร้างผลตอบแทน (ROE) ในระดับไม่ต่ำกว่า 20% ขึ้นไป จากที่ปัจจุบัน ROE อยู่ในระดับ 18.5% พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ดังนั้นบริษัทฯต้องลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบต่อบริษัทฯและผู้ถือหุ้น  

 ส่วนความคืบหน้ากรณีการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น บริษัทฯยังคงเดินตามแผนนโยบายของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยบริษัทฯเข้าประมูล จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตแห่งละ 3 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 18 เมกะวัตต์ คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์   ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าจะได้รับการคัดเลือก เนื่องจากมีความพร้อมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานจากก๊าซชีวภาพมากว่า 10 ปี และยังมีโรงไฟฟ้าต้นแบบอยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นในแผนการดำเนินทางธุรกิจข้างต้น จะส่งผลให้อัตราการเติบโตของรายได้ในปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน ขณะที่ EBITDA ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 20% ของยอดขายอย่างแน่นอน