เปิดวิธีคิด ตราโรจน์ หักหาญ กว่าจะมาเป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าร้อยล้าน
March 30, 2017
แจ้งเกิดแล้ว…นักออกแบบรุ่นใหม่ ไฟแรง คว้ารางวัลชนะเลิศเวทีการประกวด โครงการ “แม็คสมาร์ท ปีที่2” (Mc Smart2)
April 25, 2017

รักในสิ่งที่ปฏิบัติ สนุกกับความสำเร็จของผลงาน ฐานรากทางความคิดที่มีความสุข

แม้ท่ามกลางการแข่งขันในสนามธุรกิจจะสูงและไม่หยุดนิ่ง แต่หลังจากการทำงานหรือนอกสนามการแข่งขันเราคือเพื่อนกัน ซึ่งทำให้สามารถพูดคุย ปรึกษาหารือ รวมทั้งบูรณาการทางความคิดจนก่อเกิดเป็นพลังในการผลิตและสร้างผลงานที่ดี และนี่เป็นเส้นทางที่เราจะสนุกกับผลสำเร็จจากบริบทโดยรอบไม่ว่าจะเป็น หน่วยงาน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

เรามุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล

เรามุ่งสร้างความสะดวกสบายในการบริการเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยนับตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้ามาสอบถาม จนกระทั่งผู้บริโภคเข้ามาอยู่อาศัย รวมทั้งการดูแลหลังการขายที่ครบวงจรและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม อาทิ การจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และปัจจัยที่สำคัญคือการมุ่งพัฒนาทีมงานรวมทั้งบุคลากรในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น การให้โอกาสทางการศึกษา การจัดฝึกอบรม ตลอดจนให้ความเป็นอยู่ที่ดีในแง่มุมของสวัสดิการและการเติบโตในองค์กร และหัวใจที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนคือการมุ่งปฏิบัติและยึดถือความเป็นธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส ทั้งต่อตัวเอง เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า ผู้บริโภค และสังคม ซึ่งนี่คือเสาเข็มทางความคิดที่สำคัญในการขับเคลื่อนและวางฐานรากขององค์กรให้แข็งแรงและเติบโตในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ด้วยความยั่งยืน คุณอธิป พีชานนท์ กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

คุณอธิป พีชานนท์ แขกรับเชิญของ Green Life Plus ในวันนี้ฉายภาพทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 60 ได้อย่างน่าสนใจว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เป็นปีที่มีความท้าทายที่เยอะพอสมควร มีหลากหลายปัจจัยที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ ปัจจัยภาวะเศรษฐกิจไทยซึ่งได้รับผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งถ้าหากเป็นไปในทิศทางที่ดีก็ต้องจับตามองต่ออีกว่าจะออกมาในรูปแบบลักษณะไหน โดยอาจจะดีในระยะสั้นหรือยาวต้องทบทวนกันอีกที ปัจจัยราคาน้ำมัน ธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังงานดังกล่าวเพราะถ้าหากมีราคาสูงและผันผวนในเกณฑ์ที่สูงส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขนส่งและถมดิน และปัจจัยล่าสุดคือภาคการเกษตรเพราะประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบแบบห่วงโซ่เศรษฐกิจ โดยเริ่มจากราคาผลผลิตเกษตรที่ตกต่ำ ตัวแทนขายลดลง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคซบเซา โดยเฉพาะบ้านและคอนโดมิเนียมตากอากาศเพราะเป็นสินค้าที่ยังไม่จำเป็น

ไม่เพียงเท่านั้นในปี 60 นี้ สิ่งหนึ่งที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงคือร่างพระราชบัญญัติผังเมือง โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตรวมทั้งภาพรวมของตลาด เพราะบางพื้นที่ที่ถูกกำหนดออกมานั้นอาจจะถูกระงับหรือห้ามปลูกสร้างอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจัยนี้ทำให้ราคาที่ดินรวมทั้งบริบทโดยรอบต่างๆ ต้องเตรียมพร้อมต่อการปรับเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้อีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องคอยลุ้นคือ ข้อกำหนดการผ่านเกณฑ์ EIA ปัจจุบันมีการขยายและกระจายอำนาจไปยัง 7 จังหวัดหลักทั่วทุกภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการขอคำอนุมัติ ที่สำคัญลดปัญหาความล่าช้าจากการร้องเรียนที่เคยผ่านมาอย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นยังต้องอาศัยระยะเวลาสักระยะในการเรียนรู้และสร้างบรรทัดฐานเดียวกันด้วยความเท่าเทียม

หลากหลายปัจจัยที่ยังน่าเป็นห่วงที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสการชะลอตัวและประเด็นที่ตามมาอย่างแน่นอนคือการไม่เปิดโครงการใหม่ ที่สำคัญในขณะนี้การอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเห็นได้ชัดจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจาก 20-25% เป็น 40% หรือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่านั่นเอง ฉะนั้นถือได้ว่าภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์สามารถชี้วัดสภาพเศรษฐกิขของประเทศได้อย่างเด่นชัด

ท่ามกลางความทรงตัวของผู้ประกอบการ แต่วินาทีทองสำหรับผู้บริโภค นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เล่าต่ออีกว่า อสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้ามาเติบโตและเป็นดาวรุ่งในปี 60 คือ ทาวน์เฮ้าส์เนื่องด้วยคอนโดมิเนียมยอดนิยมในปัจจุบันมีราคาต่อตารางเมตรสำหรับการอยู่อาศัยที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทาวน์เฮ้าส์ซึ่งราคาต่อตารางเมตรถูกและเข้าถึงได้ง่ายกว่า และปัจจัยบวกที่เข้ามายกระดับทาวน์เฮ้าส์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้นคือโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ไปบางใหญ่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวไปสำโรง รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไปเพชรเกษม ด้วยหลากหลายเหตุผลที่สนับสนุนซึ่งกันและกันถือได้ว่าทาวน์เฮ้าส์คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคที่อยากอยู่อาศัยใกล้เมืองในยุคนี้

อย่างไรก็ดีสำหรับการขับเคลื่อนของศุภาลัยต่อจากนี้ กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ขยายความประเด็นดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจว่า ศุภาลัยปักหมุดรุกตลาดที่อยู่อาศัยเป็นหลัก แม้ในขณะนี้เราจะขยายธุรกิจอื่นๆในด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ศูนย์การค้า รวมทั้งออฟฟิสและยังมีการลงทุนในต่างประเทศที่เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และที่ออสเตรเลีย โดยสัดส่วนของการลงทุนเราแบ่งออกเป็น แนวดิ่งอย่างคอนโดมิเนียม 50% และแนวราบ 50% อาทิ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านจัดสรร โดยจำแนกเป็นในไทย 90% ซึ่งประมาณ 20%จากสัดส่วนดังกล่าวเรามุ่งเน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับภูมิภาค และอีก 65% คือการลงทุนในกรุงเทพและปริมณฑล รวมทั้งหมดในประเทศกว่า 17 จังหวัด เป็นองค์กรที่กระจายการลงทุนได้อย่างสมดุลและมากที่สุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย

สำหรับแผนการพัฒนาต่อจากนี้ ในปี พ.ศ.2560 ศุภาลัยพร้อมขยายการลงทุนไปยังจังหวัดอื่นๆเพิ่มเติมรวมทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลรวมทั้งประมาณ 25 โครงการ โดยเกณฑ์การดำเนินธุรกิจแบบแบ่งสัดส่วน 50 – 50 ทั้งแนวดิ่งและแนวราบนั้นสามารถรักษาความเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะเมื่อเกิดความผันผวนอย่างฉับพลันเรายังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และนี่คือ “ยุทธวิธีการรักษาสมดุลทางธุรกิจ”

คุณอธิป พีชานนท์ เผยต่ออีกว่า จุดเด่นของศุภาลัยนั้น เรามุ่งเน้นและสร้างบรรทัดฐานในทุกโครงการให้เป็น “Green Concept” โดยเด่นชัดในเรื่องของการออกแบบที่มุ่งเน้นการวางโครงสร้างบ้านให้สอดรับกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ลม แสง และบรรยากาศที่บริสุทธิ์ ที่สำคัญช่วยประหยัดการใช้พลังงานภายในบ้านได้อีกหนึ่งช่องทาง ยกตัวอย่างเช่น คอนโดมิเนียม เราออกแบบและนำเอาห้องน้ำไว้บริเวณชิดด้านนอกแทนที่จะไว้ด้านใน โดยเหตุผลที่เลือกไว้บริเวณชิดด้านนอกนั้นเพื่อให้แสงจากธรรมชาติเข้ามาส่องสว่างและจัดการความชื่นหรือกลิ่นต่างๆ แทนที่จะใช้พัดลมดูดอากาศ พร้อมกันนี้ภายในห้องยังติดตั้งบานประตูระหว่างมุมครัวและมุมนั่งเล่นเพื่อจัดเก็บความเย็นของแอร์ให้อยู่เป็นสัดส่วน ลดการทำงานของแอร์ซึ่งเป็นแนวทางการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอีกหนึ่งช่องทาง และล่าสุดเราเปลี่ยนหลอดไฟทั้งหมดเป็น หลอดไฟประเภท LED ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดพลังงานยังเพิ่มความส่องสว่างสำหรับการอยู่อาศัย แม้ว่าการออกแบบในลักษณะนี้มุมมองและวิสัยทัศน์ในการชมวิวจะดูลดน้อยลงแต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการเติมเต็มและสรรสร้างการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการันนตีจากรางวัลของกระทรวงพลังงานในเรื่อง การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน ในหลากหลายโครงการที่อยู่อาศัยของศุภาลัย

คุณอธิป พีชานนท์ เล่าต่ออีกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา เราต้องแบ่งสัดส่วนหรือทำความเข้าใจกับงานให้เกิดความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการลงภาคสนามหรือการสานความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยแก่นหรือหัวใจของศุภาลัยในการขับเคลื่อนความสำเร็จนั้นคือ “คุณภาพ การบริการ บุคลากร” โดยในมิติคุณภาพเรามุ่งสร้างทุกโครงการด้วยการออกแบบและตกแต่งที่ได้มาตรฐาน ISO ในระดับสากล ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เป็นต้น ในแง่ของการบริการเรามุ่งสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภคในทุกมิติ อาทิ การให้คำปรึกษาที่ดีกับลูกค้าในการเยี่ยมชมโครงการ การบริการด้านการทั้งก่อนและหลังการเข้าอยู่อาศัย และสุดท้ายกับมิติบุคลากรเรามุ่งมั่นการพัฒนาด้วยการให้โอกาสทางการศึกษา ให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งให้โอกาสในการแสดงผลงาน ซึ่งทั้งหมดเป็นย่างก้าวที่สำคัญในการก้าวเดินของศุภาลัยในวันนี้ด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

อย่างไรก็ดีในแง่มุมของการลงทุนกับคู่ค้าเรามีนโยบายในเรื่อความเป็นธรรม โปร่งใส และซื่อสัตย์ ซึ่งทางองค์กรเป็นหนึ่งเสียงที่สำคัญในการต่อต้านการทุจริต คอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางองค์กรเป็นหนึ่งหน่วยงานที่ปฏิบัติตามกฏหมายถูกต้องในเรื่องการจ่ายภาษี การันตีด้วยรางวัลจ่ายภาษีถูกต้องดีเด่นจากทางสรรพกร สะท้อนให้เห็นภาพของการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม อย่างไรก็ดีพร้อมกันนี้เรามุ่งสร้างเครือข่ายและพันธมิตรต่างๆอย่างต่อเนื่องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันบูรณาการทางความคิดในการยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทยให้เติบโตและเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน

ผมปลูกฝังทีมงานเสมอว่า “การทำงานเหมือนการลงทุน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ เพราะจริงๆ แล้วเราลงทุนกับตัวเองอยู่ในทุกๆวัน ในแง่การเรียนรู้ การเผชิญกับปัญหาและการทำความรู้จักกับความผิดพลาด ซึ่งประสบการณ์ทั้งหมดที่เราได้รับ เป็นสมบัติติดตัวตลอดไป บริษัทไม่มีสิทธิ์ในการเรียกคืนเมื่อเราก้าวออกไป” ฉะนั้นเราควรยินดี ยอมรับ และสร้างความรักในงานที่ตนปฏิบัติด้วยความภาคภูมิใจ เพราะถ้าหากเรารักในสิ่งที่ปฏิบัติ เราจะสนุกกับผลงานแห่งความสำเร็จและนี่คือแหล่งพลังงานที่ผมขับเคลื่อนในทุกวัน

ไม่เพียงเท่านั้นเราต้อง ฝึกฝนและขยันในการหาความรู้ทั้งแนวขวางและแนวดิ่ง โดยแนวขวางนั้นคือบริบทโดยรอบของงานทั้งหมดและแนวดิ่งคือการทำงานอย่างมีระบบของผู้บังคับบัญชา เมื่อทราบและเข้าใจเราจะเหมือนมีเรดาร์ในการก้าวเดินที่มั่นคง นอกจากมุมมองด้านการเรียนรู้การสร้างมิตรภาพเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ โดยตนเชื่อเสมอว่า “ท่ามกลางการแข่งขันในสนามธุรกิจจะสูงและไม่หยุดนิ่ง แต่หลังจากการทำงานหรือนอกสนามการแข่งขันเราคือเพื่อนกัน ซึ่งทำให้สามารถพูดคุย ปรึกษาหารือ รวมทั้งบูรณาการทางความคิดจนก่อเกิดเป็นพลังในการผลิตและสร้างผลงานที่ดี และนี่เป็นเส้นทางที่เราจะสนุกกับผลสำเร็จจากบริบทโดยรอบไม่ว่าจะเป็น หน่วยงาน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ” คุณอธิป พีชานนท์

banner_1208x300