วาเลอรี ออฟฟิศ เซ็นเตอร์ อาคารสำนักงานไฮเอนด์ – 1 เดียวบนเทพารักษ์ จัดโปรโมชั่นใหม่ Free Voucher ห้างฯดัง 3 ล้านบาท !!
July 11, 2017
ฑิตพงศ์ พงษ์เภตรารัตน์ สร้างธุรกิจสู่ความ “ยั่งยืน” ด้วยสองมือ
July 11, 2017

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ให้พ้นวิกฤตจากน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก ช่วยการขาดแคลนน้ำ หลังน้ำลดเพื่อให้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตรโดยจัดทำแก้มลิงขึ้นโดยเฉพาะ ในพื้นที่ลุ่มทุ่งมะขามหย่อง ใครจะรู้ได้ว่านี่คือ ยุทธหัตถีต่อสู้กับความยากจน ต่อสู้กับเศรษฐกิจที่ผูกมัดชีวิตคนไทยอยู่ตลอดเวลา จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ จึงได้ใช้ทุ่งมะขามหย่องเป็นแปลงทดลองและสาธิตให้ประชาชนและรัฐบาล หน่วยงานที่ได้ข้องเกี่ยวได้เข้าไปศึกษาและพัฒนาร่วมกัน เพื่อจักได้รู้จักถือหน้าที่ๆต้องทำและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจักได้แก้ปัญหาได้ถูกและจักได้รู้ว่าสิ่งที่ทำนี้เป็นประโยชน์ เป็นคุณอนันต์ หรือโทษเช่นใด จักแก้ไขได้ถูกต้อง จึงได้ระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานต่างๆช่วยกันในแปลงทดสอบนี้ ด้วยการดังนี้

๑.การก่อสร้างคันกั้นน้ำ เป็นการออกแบบและก่อสร้างคันกั้นน้ำให้มีระดับพ้นน้ำท่วมสูงสุด มีระยะห่างจากลำน้ำ แข็งแรงพอ มีประตูระบายน้ำเข้า-ออก มีท่อระบายน้ำ ที่สามารถควบคุมน้ำ เข้า-ออกได้

๒.การก่อสร้างทางผันน้ำ เป็นการขุดคลองสายใหม่เชื่อมต่อกับลำน้ำทีมีปัญหาน้ำท่วมเพื่อผันน้ำ ทั้งหมดหรือบางส่วนออกไปกระจายไปในที่อื่นที่ไม่ท่วมหรือลงทะเล

๓.การปรับปรุงสภาพลำน้ำ เป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว เป็นวิธีการปรับปรุงและตกแต่งลำน้ำ เพื่อความสามารถในการระบายน้ำหรือส่งน้ำในฤดูน้ำหลากเพื่อให้ระบายได้เร็วมากขึ้น ซึ่งเป็นการลดความเสียหายหรือสูญเสียจากน้ำท่วม เช่น การขุดลอกลำน้ำที่ตี้นเขินหรือขุดทางน้ำใหม่ลัดจากลำน้ำแนวเดิม เช่น คลองลัดโพธี ฯลฯ

๔.การก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ เป็นการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้เหนือเขื่อน ที่เรียกว่า “อ่างเก็บน้ำ” เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การเกษตร , การผลิตกระแสไฟฟ้าป้องกันน้ำท่วม

๕.การระบายน้ำออกจากพื้นที่สูง พื้นที่ๆน้ำท่วมขังเป็นเวลานานไม่สามารถเพาะปลูกได้ก็สามารถจัดการระบายน้ำออกไปทิ้งในลำน้ำ หรือ ทะเล ก็จะมีพื้นที่เพาะปลูกการเกษตรได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นป่าพรุในภาคใต้

จากทั้ง ๕ วิธีการนี้ เป็นแบบอย่างที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้ทุ่งมะขามหย่องเป็นแก้มลิง ส่วนหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งหลังน้ำลด ผลจากการมีน้ำมากหรือน้ำท่วมทำให้พืชผลการเกษตรที่เพาะปลูกไว้เสียหาย พอน้ำลดไม่มีที่กักเก็บน้ำไว้ก็เกิดน้ำแล้ง พืชผลการเกษตรที่ปลุกไว้ก็แห้งตาย (ปลูกหลังน้ำลด) แต่พอมีน้ำใช้ตามสาขาอาชีพเกิดน้ำเสียขึ้นมาก็เป็นผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอีก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้เห็นคนในอาชีพต่างกันต้องมาขัดแย้งกัน เพราะต่างคนต่างคิดเอาผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช้สติคิดร่วมกัน หาทางออกร่วมกันจึงเกิดปัญหา ข้าราชการหรือหน่วยงานของรัฐเข้าไปไกล่เกลี่ยก็ไม่ฟังกัน ทรงได้หยิบยื่นเข้าไปช่วย “การแก้ปัญหาน้ำเสีย”

การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มจากการทำนาเกลือ

ในเขตอำเภอวานรนิวาสและอำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร มีการสูบน้ำใต้ดิน ซึ่งมีสารละลายของเกลือจากเกลือในใต้ดิน โดยปัญหาเกิดจากชาวนาเกลือปล่อยน้ำเค็มลงสู่ลำน้ำสาธารณะแพร่กระจายไปในพื้นที่ไร่นา หรือ น้ำฝน ชะล้างลานตากเกลือ ทำให้ผลผลิตข้าวที่ปลูกลดลง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชดำริถึงแนวทางการแก้ไขแก่ชาวนาเกลือ สามารถดำเนินการได้โดยไม่เกิดความเสียหายในพื้นที่รอบข้าง คือ ชาวนาเกลือจะต้องนำ พื้นที่ส่วนหนึ่งที่บริเวณลานตากเกลือ ขุดเป็นสระเก็บน้ำสำหรับรองรับน้ำเต็มที่ปล่อยทิ้งจากลานเกลือทั้งหมดเก็บไว้ในสระเพื่อรอการระเหย หรือ ไหลลงดินในบ่อบาดาลที่ขุดขึ้นเล็กๆ เพื่อระบายน้ำลงสู่ชั้นน้ำเค็มใต้ดินที่สูบขึ้นมา ขนาดให้มีความสมดุลย์ สัมพันธ์ กับปริมาณน้ำทิ้งจากลานตากเกลือ โดยไม่ทำให้น้ำเค็มไหลล้นไปยังลำน้ำสาธารณะ ดังพระราชดำรัสที่ประทานให้เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๓ ความว่า “.....เมื่อประมาณ ๕ ปีมานี้ ได้วางโครงการที่อำเภอบ้านม่วงที่หมู่บ้าน ที่ชื่อว่า บ้านจาร แล้วก็ได้ช่วยทำอ่างเก็บน้าก็ได้ผล ชาวบ้านเหล่านั้นเขาไม่อยากจะทำการต้มเกลือหรือทำนาเกลือ เพราะทราบดีว่าถ้าทำแล้วนาข้าวก็จะเสียหาย ก็ได้สนับสนุนเขาและปีนี้เขาสามารถทำนาข้าวได้ดี เขาก็ดีใจมาก แต่ก็มีกิจการนาเกลือหรือต้มเกลืออยู่อีกมาก ซึ่งมี่ผลเสียหลายประการ ข้อหนึ่ง ก็คือทำให้ดินแถวนั้นเค็ม ไม่สามารถปลูกพืชต่างๆทำให้น้ำที่ลงมาในห้วยกร่อยหรือเค็ม ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำทำการเพาะปลูกหรือบริโภค ข้อดีของการทำนาเกลือนี้ ก็คือทำให้ประชาชนมีรายได้ และนำรายได้ของการต้มเกลือหรือทำนาเกลือนั้นก็ดีพอสมควรเพราะที่ตลาดโลกยังต้องการเกลือชนิดที่ผลิตในภาคอีสานอีกมาก.... แต่ถ้าสามารถทำทั้งนาเกลือด้วยและทำนาข้าวได้ด้วยโดยวางโครงการไว้ให้ดีรวมทั้งให้มีน้ำบริโภคก็จะเป็นการดียิ่ง จึงได้พยายามหาทางปฎิบัติเพื่อที่จะให้มีทั้งบ่อเกลือ คือ นาเกลือ มีทั้งนาข้าวได้และยังมีน้ำบริโภคด้วยวิธีซึ่งไม่ยากนักในการทำนาเกลือที่ป้องกันมิให้เกิดความเสียหายมากเกินไป คือ สูบน้ำจากในดินขึ้นมาทำนาเกลือและเมื่อใช้น้ำนั้นแล้วแทนที่จะเทลงห้วย ก็เทกลับลงไปในดินซึ่งทำได้เพราะว่าดูดน้ำขึ้นมาจากดินก็มีเกลือขึ้นมาด้วยย่อมทำให้มีโพรงใต้ดิน ถ้านำน้ำลงไปแทนที่ก็ทำกันได้แล้วก็ไม่สิ้นเปลืองมากนัก แต่ย่อมต้องมีการสิ้นเปลืองบ้าง ถ้าเทลงไปในห้วยไม่ต้องสิ้นเปลืองอะไรเลยแต่ว่าข้อเสียของการเทลงไปในห้วยก็คือ น้ำในห้วยกร่อย ที่อื่นเขาจะทำน้ำประปาก็ไม่ได้ ทั้งใต้ดินก็เป็นโพรงมีการยุบลงไปดังที่สื่อมวลชนได้รูปมาแพร่ข่าวเมื่อไม่กี่เดือนนี้.... ฉะนั้นถ้าวางข้อบังคับที่เหมาะสมในการทำนาเกลือหรือทำบ่อเกลือ จะได้ประโยชน์ทั้งสองทางจะสามารถกำจัดของเสียและสามารถทำให้เกิดข้อดีได้ คือ น้ำในห้วยจะไม่เค็ม ก็จะทำนาข้าวได้ ทุกคนก็จะได้ประโยชน์ในการทำนาข้าว ก็จะทำนาข้าวได้ โดยอยากทำนาเกลือ ก็จะทำนาเกลือได้ ทั้งหมดนี้ทั้งเรื่องน้ำท่วมและเรื่องเกลือนี้จะต้องคิดให้รอบคอบ ละเอียดลออให้เห็นผลดีและผลเสียที่แท้จริง.....

พระบาทสมเด็จพระเจ้าหัว รัชกาลที่ ๙ ทรงพระปรีชาญาณในการดูแลสิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข โดยพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เรื่องโดย นายจาตุรันต์ วัฒนประทีป ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล

IMG_1926
IMG_1929