ฝากขัง “สมีคำ” หลังสอบปากคำทั้งคืน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
July 20, 2017
เคทีซีจัดกิจกรรม “เคทีซีส่งภาษามือ…ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ”
July 20, 2017

สปท.เห็นชอบรายงานจัดตั้ง ‘ศาลสิ่งแวดล้อม’ ยึดหลัก ‘ผู้ก่อมลพิษ’ ต้องจ่ายชดใช้ค่าเสียหาย

ที่ประชุม สปท.เห็นชอบแนวทางการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม เป็นศาลชำนัญพิเศษภายใต้ศาลยุติธรรม ดำเนินการแพ่ง-อาญา-ปกครอง ยึดหลักการผู้ก่อมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหาย

ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 มีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปท. เรื่องแนวทางการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ด้วยคะแนน 90 ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 10 เสียง โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงยุติธรรม พิจารณาต่อไป

นายสยุมพร ลิ่มไทย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะคณะทำงานของ กมธ. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สปช.เคยเสนอแนะให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นศาลชำนัญพิเศษ (ศาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง) ซึ่งควรเป็นศาลศาลชำนัญพิเศษในศาลยุติธรรมโดยต้องดำเนินการให้ครบทั้ง 3 รูปแบบคือ แพ่ง อาญา และคดีปกครอง และต้องเป็นไปตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เพื่อให้เป็นการป้องปรามไม่ให้ก่อความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้กลไกของศาลยุติธรรมมีความพร้อมในการดำเนินการอยู่แล้ว นายสยุมพร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา การดำเนินการเกี่ยวกับคดีสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยยังไม่เป็นไปตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เนื่องจากประเทศใช้ระบบศาลคู่ คือนอกจากศาลยุติธรรมแล้วยังมีศาลอื่นๆ คือศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นเมื่อใช้ระบบศาลคู่คดีสิ่งแวดล้อมก็จะถูกแยกส่วนในการพิจารณาคดี อย่างน้อย 3 ส่วน คือคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง

ทั้งนี้ เมื่อคดีสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ศาลปกครอง ขอบเขตความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ คำพิพากษาส่วนใหญ่จะให้รัฐชดใช้ความเสียหาย แทนที่จะให้เอกชนที่เป็นผู้ก่อความเสียหายต้อง รับผิดชอบ จึงไม่เป็นตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายรัฐต้องจ่ายแทน เช่น คดีมาบตาพุด คดีลำห้วยคลิตี้ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่รัฐต้องสูญเสียค่าชดเชยจำนวนมาก

Credit: GreenNews
 
ฮ้วยอัน