เยาวชนต้นแบบ : มาร์ค อภิวิชญ์ จักษ์ตรีมงคล
August 28, 2017
ภาพรวม CSR ร่วมสมัย
August 29, 2017

คุณบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการและประธานบอร์ดบริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)

บริหารงานด้วย “ความจริง” นำองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

“บางครั้งการให้โอกาสอาจจะเปลี่ยนชีวิตคน เพราะโอกาสมีอยู่เสมอสำหรับคนที่พร้อมจะรับโอกาสนั้น”

Green CEO ฉบับนี้ ก็ได้รับ “โอกาส” ด้วยเช่นกัน ในการได้สนทนากับผู้บริหารคุณภาพในแวดวงการเงินของไทย คุณบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการและประธานบอร์ดบริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) มีหน้าที่บริหารจัดการสินทรัพย์ อาทิที่ดินบ้าน พักอาศัย คอนโดมิเนียม ทั้งที่เป็น NPL คือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ NPA สินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพื่อเปิดประสบการณ์การทำงาน การบริหาร การจัดการความคิด ทัศนคติ และการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ จนประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ได้อย่างไร

จุดเริ่มต้น ภารกิจบริหารหนี้เสีย NPL มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท

ในช่วงต้นของการก่อตั้ง บสก.หรือ BAM บริษัทไม่มีความมั่นคง เนื่องจาก ตามมติคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น กำหนดให้องค์กรมีอายุการดำเนินการเพียง 5 ปี และให้ปิดตัวลงเมื่อการบริหารหนี้ NPL ของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การหรือ BBC มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ผ่านไประยะหนึ่ง ดังนั้นพนักงานจึงรู้สึกไม่มั่นใจในอนาคตของตนเองทำให้การทำงานขาดการพัฒนา ต่อมาทางการได้เปลี่ยนแปลงนโยบาย และอนุญาตให้ขยายขอบเขต สามารถรับซื้อรับโอนหนี้เสียจากสถาบันการเงินอื่นๆได้ โดยยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเดิม ซึ่งความหมายถึงว่าองค์กร จะไม่ถูกปิดตัวลง เมื่อครบ 5 ปี

สร้างความเชื่อมั่นด้วยการลงมือทำ

บริษัทได้ให้ความมั่นใจกับพนักงานให้ทำงานให้เต็มความสามารถ โดยตัวเราเองก็ต้องลงมือกระทำจริงด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยงานแรกได้ แก้ไขสัญญาจ้างพนักงาน จากลูกจ้างชั่วคราวปีต่อปี เป็นสัญญาจ้างแบบถาวร นอกจากนั้นยังไม่รับอนุญาตให้สามารถดำเนินการรับซื้อรับโอนหนี้จากสถาบันการเงินอื่นได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจในองค์กรที่พนักงานรับรู้ได้ ผ่านการทำงานของฝ่ายบริหาร และฝ่ายนโยบายของบริษัท

วางจุดยืน “บริษัทเพื่อสังคม”

ทีมบริหารของบริษัทได้กำหนดแนวทางดำเนินการของบริษัทว่า เราจะไม่เป็นบริษัทที่เติบโตไปเพียงตัวเราเอง แต่เราจะเป็นบริษัทที่ดี โดยเอาปัญหาสาธารณะของสังคม ( Public Interest) มาใส่เป็นแนวทางดำเนินธุรกิจของบริษัท (Turns Public Interest into Private Account ) โดยปัญหาสาธารณะของเราก็คือ คนไม่มีที่พึ่งที่จะหาทางออกเวลามีหนี้สิน และ คนอยากมีบ้านแต่ไม่สามารถมีบ้านได้หรือไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ ทีมบริหาร BAM จึงนำปัญหาเหล่านี้ มาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ทำให้สามารถช่วยเหลือลูกหนี้ ให้ได้รับความเป็นธรรม และช่วยเหลือคนให้มีที่อยู่อาศันของตนเองได้เป็นจำนวนมาก และทำให้ บสก.หรือ BAM เป็นบริษัทที่ทำงานเพื่อสังคมตั้งแต่นั้นมา

โอกาสทางการศึกษา พื้นฐานสร้างบุคลากรคุณภาพ

ก่อนผมมา บสก. ผมได้รับโอกาสจากธนาคารกสิกรไทย ส่งไปเรียนระดับปริญญาโทด้านกฎหมายที่สหรัฐอเมริกา เป็นการได้รับโอกาสที่ดีมาก เพราะการศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ที่จะมาช่วยพัฒนาตัวเอง ได้รับประสบการณ์ที่ดี ผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่องของ การศึกษาเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อลูกๆของผมทั้งสามคน ขอไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ผมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตระหนักดีว่า ผมมวันนี้ได้ เพราะผมได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี ผมจึงอยากมอบโอกาสที่ดีให้กับลูกด้วยเช่นกัน

เลี้ยงลูกด้วย "ความจริง"

ผมจะสอนลูกตลอดมาว่า “เงินเป็นของสมมุติ การศึกษาเป็นของจริง” และจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตผมเลี้ยงลูกด้วยตรรกะของความจริงตั้งแต่เขายังเด็กจนถึงทางปัจจุบัน ลูกชายสองคนเรียนจบระดับปริญญาโท ส่วนลูกสาวกำลังเรียนปีสุดท้าย ผมจะบอกตลอดให้เขาตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ตามช่วงวัยเรียนของเขา คำสอนของผมสอดคล้องกับคำสอนครูของลูกว่าจะต้องเรียนหนังสือให้เหมือนการทำงาน ผมอยากให้ลูกจบมาเป็นบุคลากรมีคุณภาพเพื่อช่วยเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติของเรา

สถาบันครอบครัว พื้นฐานสำคัญในการดำรงชีพ

ผมไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกตลอด แต่จะให้การสอนด้วยหลักแนวคิดที่กว้าง ทำตัวอย่างให้ลูกได้เห็น เพื่อให้ลูกๆ ได้ซึมซับในสิ่งที่เรากระทำ ปล่อยให้เขามีเวลาตามวัยของเขาบ้าง และให้ลูกได้รับรู้ทุกเรื่องของเราเพื่อให้เข้าใจชีวิอย่างแท้จริง จากที่เคยถูกขีดเส้นตาย ให้มีเวลาจัดการ "หนี้เสีย" เพียง 5 ปีเท่านั้น แต่ บสก.(BAM) ผ่านวิกฤติจนยืนหยัดมากว่า 18 ปี ในวันนี้ได้นั้น เพราะบสก.(BAM) เป็นองค์กรที่อยู่กับสุขทุกข์ของประชาชนตลอดมา และยังจะยืนเคียงข้างเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนคนไทยตลอดไป

IMG_1031 (1)
 
ฮ้วยอัน