คุณบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการและประธานบอร์ดบริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)
August 29, 2017
Green Saving : “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” เชื่อมต่อความสุข เชื่อมโยงความยั่งยืนด้านพลังงาน สู่สังคมไทย
August 29, 2017

ภาพรวม CSR ร่วมสมัย

แก่นแท้และภาพรวมของ CSR เป็นอย่างไรบ้างในสังคมนี้ เราจะส่งเสริม CSR ได้อย่างไรบ้าง จะส่งเสริมต้องทำให้ถูกต้องคือ CSR คือการทำถูกต้องตามกฎหมาย การมีมาตรฐานจรรยาบรรณทางวิชาชีพ และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เรามาดูภาวะร่วมสมัยกัน

สำหรับแก่นและหลักการในระดับโลก ของ CSR ก็คือ UN Global Compact (www.unglobalcompact.org) ซึ่งเป็นกรอบที่วางโดยองค์การสหประชาชาติ ที่ให้วิสาหกิจดำเนินตามหลักการ 10 ประการที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อมและการไม่ยอมรับการโกงกิน-สินบน ในขณะนี้มีวิสาหกิจเข้าร่วมลงนามเป็นจำนวนมาก โดยถือเป็นกลุ่มที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลก โดยสามารถดำเนินไปในเชิง ‘อาสาสมัคร’ ใครจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เพียงแต่ทำแล้วเป็นมงคลต่อชีวิตส่วนตัว ชีวิตธุรกิจ และทำให้เกิดประโยชน์ต่อวิสาหกิจเอง

ในส่วนของเครือข่าย UN Global Compact ขององค์การสหประชาชาตินั้น มุ่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ โดยการมีกลไกการปรึกษาหารือในเชิงนโยบาย การขยายเครือข่ายในแต่ละประเทศ และการทำโครงการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ทั้งนี้มีองค์การสหประชาชาติคอยให้การสนับสนุน

วิสาหกิจใดที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ UN Global Compact จะต้องสมัครตามระเบียบการที่กำหนด และเมื่อได้รับการตอบรับแล้ว จะต้องลงนามตกลงปฏิบัติตามหลักการ 10 ประการอย่างเคร่งครัด จัดทำรายงานความก้าวหน้ารายปี วิสาหกิจในเครือข่ายนี้มีสิทธิใช้เครื่องหมายของ Global Compact ได้เพื่อเป็นเกียรติคุณต่อวิสาหกิจนั้นตามเงื่อนไขที่กำหนด

วิสาหกิจที่เข้าร่วม UN Global Compact ต้องยึดถือหลัก 10 ประการ ซึ่งประกอบด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการไม่ร่วมมือกับการติดสินบนหรือทุจริต ดังนี้:

ในด้านแรกคือด้านสิทธิมนุษยชน มีหลักอยู่ 2 ข้อคือ หลักข้อที่ 1: ธุรกิจควรสนับสนุน และเคารพการปกป้องหลักสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ และหลักข้อที่ 2: ธุรกิจไม่พึงข้องแวะกับการกระทำ ที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน

ในด้านที่สอง เกี่ยวข้องกับด้านมาตรฐานแรงงาน มีหลักการอยู่ 4 ข้อสำคัญคือ หลักข้อที่ 3: ธุรกิจควรส่งเสริมและตระหนักถึงเสรีภาพในการรวมกลุ่มแรงงาน เช่น การตั้งสหภาพแรงงานของพนักงาน หลักข้อที่ 4: ธุรกิจต้องร่วมขจัดการบังคับการใช้แรงงาน หลักข้อที่ 5: ธุรกิจต้องร่วมขจัดการใช้แรงงานเด็ก และหลักข้อที่ 6: ธุรกิจต้องไม่กีดกันการจ้างงานและอาชีพ

ส่วนในด้านที่สามเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม มีหลักอยู่ 3 ข้อ ได้แก่: หลักข้อที่ 7: ธุรกิจควรสนับสนุนการดำเนินการ ปกป้องสิ่งแวดล้อม หลักข้อที่ 8: ธุรกิจควรแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ต่อความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม หลักข้อที่ 9: ธุรกิจควรส่งเสริมและเผยแพร่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

และในสุดท้ายคือด้านการไม่ยอมรับการทุจริต มีหลักการที่ชัดเจนข้อเดียวก็คือ หลักข้อที่ 10: ธุรกิจควรดำเนินไป โดยปราศจากการฉ้อโกง ทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ รวมทั้งการบังคับ ขูดรีด และการติดสินบน ทั้งนี้อาจพิจารณาในกรณีภายในวิสาหกิจ และการให้สินบนอันเป็นการทุจริตในวงราชการ ก็เป็นสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยง

การปฏิบัติให้ครบถ้วนหรือไม่ละเมิดตามหลักการข้างต้น จึงถือว่าวิสาหกิจนั้น ๆ มี CSR ดังนั้น CSR จึงไม่ใช่การไปทำบุญเอาหน้า หรือสักแต่ทำทีดูแลสิ่งแวดล้อม หรือเลี่ยงไปทำดีทางอื่นในหน้าฉาก แต่หลังฉากกลับขูดรีด ฉ้อฉล เอาเปรียบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยไม่ละอายและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และอย่าลืมว่า CSR มี 3 ระดับ คือ

1.ระดับที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย (Hard Laws) โดยเคร่งครัด ถ้าทำผิดกฎหมาย ถึงแม้ทำดี ก็ไม่มี CSR เพราะเราทำผิดกฎหมายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

2.ระดับการมีมาตรฐานและจรรยาบรรณทางวิชาชีพ หรือเรียกว่า Soft Laws เช่น การรักษาความลับของลูกค้า การไม่ใช้ข้อมูลภายในมาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นต้น

3.ระดับการอาสาทำดี คนเราถ้ามีฐานะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือวิสาหกิจ ก็ควรทำความดีตามที่เห็นสมควรให้เป็นที่ประจักษ์และช่วยเหลือสังคม ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในอีกทางหนึ่งด้วย

เราจึงควรยึดหลักการสำคัญของ CSR ข้างต้น เพื่อให้สังคมเรามีภาพรวมและสาระที่ดี น่าอยู่

บทความ โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย

 
ฮ้วยอัน