โครงการ “พาน้องไปดูพี่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้นักกีฬาคนพิการก้าวไกลและยั่งยืน”
September 12, 2017
‘ทส.-ศธ.’ ดึง ‘ลูกเสือ-เนตรนารี’ ช่วยพิทักษ์ป่า จับมือนำเยาวชนร่วมสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์
September 12, 2017

‘Bulk Market’ เขตปลอดพลาสติก ร้านชำสุดเก๋ … สตาร์ทอัพสุดกรีน

ร้านชำสุด ‘เก๋’ แห่งนี้มีชื่อว่า Bulk Market ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของย่านแฮกนีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นร้านชำที่ทั้งไม่ให้ถุงพลาสติกและไม่มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกในร้านเลย

ไม่มีสินค้าโชว์ในกล่องหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกฟุ่มเฟือย แต่จะวางอยู่ในขวดโหล ตะกร้า และสิ่งละอันพันละน้อยที่กระจุกกระจิกน่ารัก ร้าน Bulk Market ไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ยังมีอาหารแห้ง แปรงสีฟันไม้ไผ่ ทิชชู่ กระทั่งอาหารสุนัขก็ยังมีขาย โดยสต็อกสินค้าในร้านทั้งหมดมีถึง 300 ชิ้น

นั่นทำให้ Bulk Market กลายเป็นร้านชำแห่งแรกและแห่งเดียวในขณะนี้ที่ปราศจากถุงพลาสติกใดๆ ลำพังการไม่ให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ร้านค้าที่จัดวางสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก จะนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากที่ใดกัน ?

คำตอบยิ่งทำให้ Bulk Market กลายเป็นร้านที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะ อินกริด คาลดิรอนี่ (Ingrid Caldironi) เจ้าของร้าน ได้ไปติดต่อขอสินค้าจากผู้ผลิตรายย่อยและพื้นบ้าน (local) มากกว่านั้นก็คือสินค้าบางอย่างยังมีความพิเศษในตัวเอง เช่น เค้กจากร้าน Luminary Bakery ซึ่งเปิดสอนทำเค้กและเบเกอร์รี่ให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย “ผู้คนจะรู้ที่มาของอาหารทุกชนิด และรู้ว่าปลายทางของมันจะไม่ไปจบที่ถังขยะแน่นอน” คาลดิรอนี่ ระบุ

กติกาการซื้อของของร้านนี้ แน่นอนว่าทุกคนต้องเตรียมภาชนะใส่สินค้ามาเอง ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิล ขวดโหล หรือตะกร้า เพราะอย่างไรเสียมันจะต้องถูกชั่งเพื่อคิดราคาตามปกติอยู่แล้ว ร้านชำดังกล่าวไม่เพียงเกิดขึ้นจากความอยากสร้างจุดขายแบบใหม่เท่านั้น แต่เพราะเธอมีนโยบายส่วนตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม ทดลองใช้ชีวิตโดยทิ้งขยะให้น้อยที่สุดมานานหลายปี คาลดิรอนี่ให้สัมภาษณ์กับ independent ว่า บ้านของเธอแทบจะไม่มีถังขยะตั้งวางอยู่เลย

“เรายังคงมีถังขยะรีไซเคิลอยู่ที่บ้านนะ สำหรับทิ้งกระดาษ หรือพวกขวดแก้ว แต่ก็ใช้เวลานานมากกว่าถังขยะจะเต็ม” คาลดิรอนี่กล่าวและว่า ไม่ว่าผู้ที่กำหนดนโยบายที่มีบทบาทใหญ่โตจะกำหนดนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าในขั้นปฏิบัติจริงก็ยังมีขยะและบรรจุภัณฑ์ถูกโยนลงพื้นดินในปริมาณมากเช่นเดิม

สถิติเฉพาะในอังกฤษที่โครงการจัดการขยะและทรัพยากร (Waste and Resources Action Programme: Wrap) ประเมินไว้ว่า ต่อหนึ่งครอบครัวอาจทิ้งเศษอาหารรวมกันกว่า 11 มื้อ/เดือน คิดเป็นเงินแล้วเท่ากับ 60 ปอนด์ แต่หากมองในภาพใหญ่ตั้งแต่ครอบครัว โรงพยาบาลหรือสถานดูแล โรงงานใหญ่ จะมีขยะอาหารถูกโยนทิ้งถึง 10 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ 61% ของอาหารเหล่านั้น หากมีการบริหารที่ดีพอ ก็จะคงเก็บรักษาไว้ได้และนำกลับมาแปรรูปเพื่อกินใหม่ได้

ยกตัวอย่างเช่นขยะอาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักจะโละอาหารที่ไม่เสียแต่ไม่สวย สินค้าใกล้หมดอายุแต่ยังไม่หมด กระทั่งต้องรีบเคลียร์ชั้นวางสินค้าเพื่อให้มีที่ว่างพอลงสินค้าล็อตต่อไป แม้ว่าสินค้าล็อตเก่าจะยังคงบริโภคได้ก็ตาม ต่างๆ เหล่านี้คือคำขยายของคำที่ว่า “หากมีการบริหารจัดการที่ดีพอ” ในข้างต้น

กลับไปยังร้านชำ Bulk Market ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งด้วยโมเดลธุรกิจแบบใหม่ (สตาร์ทอัพ) แต่เธอหวังจะทำให้ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้คนเป็นจริงได้ในเชิงธุรกิจ เธอหวังอีกว่าจะสร้างร้านในย่านการค้าหลัก เป็นร้านขายของด้วยและมีเวิร์กชอปเล็กๆ เพื่อให้คนที่สนใจใช้ชีวิตกรีนๆ แบบเธอได้ในชีวิตจริง

แน่นอนว่าเราอาจเห็นซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ไม่ว่าเป็นเทรนด์หรือ CSR ของบริษัท ผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือเล็กเท่าไรก็ดีทั้งนั้น แต่ปัญหาของอุตสาหกรรมขนาดยักษ์คือมีผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาก การขยับเปลี่ยนนโยบายแต่ละเรื่อง เช่น ลดใช้ถุงพลาสติกด้านบรรจุภัณฑ์ให้มากขึ้นก็อาจเป็นนโยบายที่ต้องใช้เวลานานในการขยับ

โมเดลร้านค้าเล็กๆ แบบนี้ หรือที่เขาฮิตเรียกกันว่า “สตาร์ทอัพ” ก็อาจตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ขยับตัวได้ง่ายกว่าอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ทั่วไป ได้แต่หวังว่าที่ไทยจะมีบ้าง

Credit : Green News

 
ฮ้วยอัน