เอสเอ็ม พรอพเพอร์ พลัส สัมมนาสร้างแรงบันดาลใจ
September 15, 2017
สหรัฐฯ ปัดเปลี่ยนจุดยืน ถอนตัวข้อตกลงปารีส
September 18, 2017

เผยผลวิจัย ‘ยูคาลิปตัส’ พืชพลังงานอันดับ 1 ไม้โตเร็วแนะนำ-ปลูกเสริมการผลิดไฟฟ้าชีวมวล

โครงการร่วมวิจัย “สกว.-กฟผ.” เปิดผลศึกษาไม้โตเร็วและพืชพลังงาน ระบุ “ยูคาลิปตัส” อันดับหนึ่งไม้แนะนำให้ปลูกเพื่อผลิตไฟฟ้าชีวมวล ช่วยสร้างงาน-รายได้เกษตรกร

นายวราวุฒิ ศุภมิตรมงคล ผู้วิจัยโครงการการศึกษาศักยภาพของพื้นที่ดินเสื่อมโทรมในการปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เปิดเผยในงานแถลงข่าว “ความสำเร็จจากงานวิจัยด้านไม้โตเร็วและพืชพลังงาน” จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า จากการศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่ความเหมาะสมในการปลูกไม้โตเร็วที่มีศักยภาพในการนำมาปลูกเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกรวม 5 สกุล พบว่าไม้ที่แนะนำให้ปลูกเป็นอันดับแรกคือสกุลยูคาลิปตัส

สำหรับไม้ 5 สกุลที่ได้นำมาทำการศึกษา ประกอบด้วย ยูคาลิปตัส กระถินณรงค์-กระถินเทพา กระถินยักษ์ สนประดิพัทธ์ และเสม็ดขาว ซึ่งนอกจากพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่แล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนการปลูก การจัดการแปลง และเมื่อคำนึงถึงผลกำไรสูงสุดจากการปลูก จึงพบว่าไม้สกุลยูคาลิปตัสถูกแนะนำให้ปลูกเป็นอันดับแรกในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งหมด

น.ส.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์ ผู้วิจัยโครงการระบบการปลูกและการจัดการไม้โตเร็วในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลบนที่ดินเสื่อมโทรม กล่าวว่า จากการศึกษาโดยเน้นพื้นที่เสื่อมโทรมระดับเฝ้าระวัง และไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหาร ได้มีพื้นที่โมเดลเชิงสาธิตใน 5 จังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ แพร่ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และสุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม และขยายผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราการเติบโต ผลผลิต การหมุนเวียนสารอาหาร การเก็บกักคาร์บอน ค่าพลังงานที่ได้ ตลอดจนผลตอบแทนทางการเงินและเศรษฐศาสตร์

น.ส.มะลิวัลย์ กล่าวว่า ในส่วนของการรวบรวมข้อมูลการปลูกต้นไม้โตเร็วสำหรับจัดทำแผนที่นำทางงานวิจัยการปลูกไม้โตเร็วเพื่อพลังงาน ซึ่งได้ร่วมวิจัยกับภาคเอกชนและเกษตรกร โดยแบ่งแผนที่นำทางระยะสั้น กลาง และยาว พบว่าปัญหาสำคัญที่สุด คือ การขาดแคลนแรงงาน ในระยะสั้นจึงต้องเร่งพัฒนาเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานที่มีจำนวนลดลงและแรงงานสูงวัย รวมถึงช่วยลดต้นทุน

ผศ.รุ่งเรือง พูลสิริ ผู้วิจัยโครงการการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการปลูกยูคาลิปตัสร่วมกับมันสำปะหลังในระบบวนเกษตรในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการหารูปแบบที่เหมาะสมในการปลูกไม้โตเร็วร่วมกับพืชอาหาร คือยูคาลิปตัสและมันสำปะหลัง ในแปลงทดลองที่สวนป่าช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ก่อนนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์เพื่อหารูปแบบธุรกิจที่นำไปขยายผลได้ และหาแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการส่งเสริมพื้นที่ผลิตพืชอาหารและพืชพลังงาน

ผศ.นรุณ วรามิตร ผู้วิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพชีวมวลของหญ้าเนเปียร์เชิงพื้นที่เพื่อผลิตไฟฟ้า กล่าวว่า หญ้าเนเปียร์เป็นพืชที่สามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ในพื้นที่แห้งแล้งหรือดินเลวที่ไม่สามารถปลูกพืชไร่เศรษฐกิจชนิดอื่นได้ดี ซึ่งในส่วนของการปลูกเพื่อเป็นวัตถุดิบชีวมวลในการผลิตไฟฟ้า ควรเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมประเภทต่างๆ โดยเฉพาะการคำนึงถึงปริมาณน้ำฝนหรือความชื้นในดินเป็นปัจจัยสำคัญ

“ระดับน้ำในดินที่ลดลงส่งผลให้ปริมาณเฮมิเซลลูโลสในชีวมวลของหญ้าเนเปียร์มีปริมาณเพิ่มขึ้น 1.5% แต่มีปริมาณเซลลูโลสและลิกนิกลดลง 6% และ 2% ตามลำดับ ซึ่งอาจเป็นผลดีในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์ในการหมักก๊าซมีเทนให้สูงขึ้นได้” ผศ.นรุณ กล่าว

ผศ.นรุณ กล่าวว่า สำหรับการศึกษาการปรับปรุงพันธุ์หญ้าเนเปียร์เพื่อเพิ่มผลผลิตชีวมวลในสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม พบว่าพันธุ์หญ้าเนเปียร์ส่วนใหญ่เจริญเติบโตได้ในดินกรดจัดมาก ที่มีค่า PH ประมาณ 4.8 ใน จ.ปทุมธานี และดินกรดจัด ที่มีค่า PH ประมาณ 5.3 ใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยบางพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์ปากช่อง 1 ที่นิยมปลูกทั่วไปในขณะนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าพันธุ์หญ้าทั้งหมดยังให้ผลผลิตต่ำหรือไม่สามารถเติบโตได้ในดินเค็มปานกลาง แต่เชื้อพันธุกรรมที่นำเข้ามาและสายพันธุ์ลูกผสมที่พัฒนาขึ้น ได้มีบริษัทเอกชนใน จ.ชัยภูมิ นำไปปลูกทดสอบในพื้นที่ดินเค็มแล้ว

ด้าน ศ.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ประธานกรรมการโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลจำนวนมาก ตามแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ปี 2558-2579 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 40% เพื่อผลิตไฟฟ้า 37,000 เมกะวัตต์ ทางกระทรวงพลังงานจึงได้เตรียมเสนอปรับแผนการเพิ่มพลังงานทดแทนจากชีวมวล ซึ่งเศษเหลือจากภาคเกษตรอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการปลูกพืชพลังงานเข้ามาเสริมเพื่อไปสู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าที่ตั้งไว้ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ในการผลิตพืชพลังงานเพื่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

“ดังนั้นงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับชีวมวลและพืชพลังงานทั้งระบบของ สกว.และ กฟผ. จึงมุ่งสร้างองค์ความรู้เพื่อนำไปแก้ปัญหา และสร้างนวัตกรรมสู่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ โดยโจทย์วิจัยสำคัญประการหนึ่งคือการสนับสนุนการปลูกพืชพลังงานทั้งในส่วนของไม้โตเร็วและหญ้าพลังงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เนื่องจากช่วยสร้างงานและสร้างรายได้แก่เกษตรกร จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ” ศ.สวัสดิ์ กล่าว

Credit : Greennews
 
ฮ้วยอัน