Green Life Stype Issue 13 : September 2017
September 25, 2017
The Eyedol : ปุยเมฆ นภสร วีรยุทธวิไล
October 24, 2017

“โรงไฟฟ้า” ชีพจรการดำรงชีวิตของมนุษย์

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในปัจจุบัน “ไฟฟ้า” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจมนุษย์ซึ่งไม่เพียงแต่การดำรงชีวิตในแง่มุมของความส่องสว่าง สะดวกสบาย แต่ยังควบรวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และภาคธุรกิจทั่วทุกมุมโลก เรียกได้ว่าไฟฟ้าดับหรือหายไปจากระบบเพียงเสี้ยววินาทีอาจสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลกลับกันมนุษย์สามารถกลั้นหายใจได้ยาวนานกว่าและไม่เกิดการสูญเสียหากเทียบกับการที่ไฟฟ้าดับเป็นระยะเวลานาน ฉะนั้นไฟฟ้าจึงเปรียบเป็นส่วนสำคัญของชีพจรโลกในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้ก้าวเดินต่อไปในทุกวันอย่างสมบูรณ์

ไฟฟ้า ถือเป็นรูปแบบพลังงานสะอาดชนิดหนึ่งโดยมีต้นกำเนิดมาจาก “โรงผลิตไฟฟ้า” ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งในประเทศไทย อย่างไรก็ดีแม้จะเรียกว่า “ผลิต” แต่ที่จริงแล้วการผลิตไฟฟ้า คือ การ “สร้าง” พลังงานใหม่โดยใช้รูปแบบการ “เปลี่ยนรูป” พลังงานที่มีอยู่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโรงผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยจำแนกออกเป็น 2 แบบเพื่อให้ทุกคนเข้าใจแบบง่ายๆ โดยประกอบไปด้วย

1.โรงผลิตไฟฟ้าประเภทใช้เชื้อเพลิง หมายถึง โรงไฟฟ้าที่ใช้แหล่งพลังงานซึ่งใช้แล้วหมดไปมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ได้แก่ จำพวกเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติซึ่งวิธีการในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเหล่านี้ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าแตกย่อยออกเป็น 2 กระบวนการ คือ 1.พลังไอน้ำ โดยใช้เชื้อเพลิงผลิตความร้อนแล้วนำไปต้มน้ำให้กลายเป็นไอ เมื่อก่อเกิดเป็นไอน้ำจะไปหมุนกับกังหันที่ต่อกับขดลวดและแม่เหล็ก เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าในที่สุด 2.พลังงานความร้อนการสันดาป โดยใช้ก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันมาสันดาปภายในเครื่องยนต์ ทำให้เกิดพลังงาน ซึ่งโรงไฟฟ้าที่อาศัยหลักการนี้แบ่งแยกได้อีกหลายประเภท ตามลักษณะของกลไกเครื่องยนต์ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าดีเซล โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ

2.โรงผลิตไฟฟ้าประเภทไม่ใช้เชื้อพลิง หมายถึง โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมด หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่แหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดสิ้นไป ยกตัวอย่างเช่น พลังงานกล พลังงานน้ำ แสงอาทิตย์ ลม และพลังความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น สำหรับตัวอย่างโรงไฟฟ้าประเภทนี้ ประกอบไปด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant) ซึ่งใช้เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) รับพลังงานจากแสง เพื่อเปลี่ยนจากพลังงานแสงเป็นกระแสไฟฟ้าโดยตรง หรือจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro Power Plant) โดยมุ่งเน้นการใช้แรงดันของน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าโรงไฟฟ้าไปหมุนเพลาของกังหันน้ำ รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ (Incinery Power Plant) โดยใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งขยะส่วนใหญ่เป็นมวลชีวภาพ เช่น กระดาษ เศษอาหาร และไม้ เป็นต้น

สำหรับจุดเด่นของโรงไฟฟ้าแบบนี้เป็นแหล่งพลังงานที่สะอาด เพราะไม่มีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง และแหล่งทรัพยากรไม่หมดไป ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียเช่นกันโดยเฉพาะในมิติการควบคุมกำลังการผลิต เพราะแหล่งพลังงานอิงอยู่กับธรรมชาติ อีกทั้งปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เทียบกับต้นทุนแล้วยังมีราคาสูงอยู่ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันบูรณาการและยกระดับโรงไฟฟ้าประเภทไม่ใช้เชื้อเพลิงมาปรับใช้ให้ได้อย่างครอบคลุม เพราะนอกจากความสะอาดของบรรยากาศยังต่อยอดเป็นห้องเรียนรู้การผลิตไฟฟ้าตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

โรงไฟฟ้าแม้หลายคนจะมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่ที่จริงแล้วเราอยู่ใกล้ชิดกับไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลาซึ่งมีต้นน้ำมาจากโรงไฟฟ้า ฉะนั้นการให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาควบคู่ไปกับการหาความรู้เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถือเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจ เพระเมื่อทุกคนให้ความใส่ใจการบูรณาการทางความคิดที่ดีจะเกิดแนวทางการพัฒนาโรงไฟฟ้าที่หลากหลาย อันนำมาสู่การยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิต พร้อมกับตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานทำให้การใช้งานพลังงานไฟฟ้าเป็นไปในแนวทางที่ประหยัดและมุ่งเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น ที่สำคัญก่อเกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชน สังคม และโรงไฟฟ้า ได้อย่างยั่งยืน

 
ฮ้วยอัน