กรมการขนส่งทางบก และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร
October 4, 2017
เอไอเอเปิดศูนย์อบรมนักวางแผนการเงินตั้งธง 3 ปี ผลิตกว่า 10,000 คน
October 4, 2017

การกีฬาแห่งประเทศพร้อมเคียงข้างทุกความสำเร็จของนักกีฬาไทย นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย

: “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจและภาคภูมิใจ” ชัยชนะที่แท้จริงสู่วิชาชีพนักกีฬาและพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ การกีฬาแห่งประเทศไทยมุ่งเน้นการดำเนินงานตามกรอบวิสัยทัศน์ในการ “พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาเพื่ออาชีพให้สามารถสร้างความสุขและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสังคมด้วยระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ขยายความกรอบการดำเนินงานใน 2 ด้านทั้งกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาเพื่อาชีพได้อย่างน่าสนใจว่า ในส่วนของความเป็นเลิศนั้น เรามุ่งนักกีฬาอาชีพภายในประเทศให้มีขีดความสามารถทัดเทียมกับระดับสากล ควบคู่ไปกับการวางรากฐานเยาวชนและสร้างเพชรเม็ดใหม่ให้กับนักกีฬาในท้องถิ่นมีเวทีในการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาคุณภาพ

สำหรับกีฬาอาชีพมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนักกีฬาไทยด้วยการใช้แนวคิด “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เล่นกีฬาอย่างมีสปริต” ผ่านการจัดทำยูธลีกสำหรับกีฬาที่เล่นเป็นทีมและการแข่งขันสปอร์ต ฮีโร่ แห่งชาติสำหรับกีฬาประเภทบุคคล ไม่เพียงเท่านั้นยังตรวจสอบการทุจริตและป้องกัน ปราบปรามไม่ให้เกิดขึ้นในทุกประเภทกีฬา ขณะเดียวกันยังพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาให้เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมและนักกีฬา รวมทั้งการบูรณาการร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อจัดทำ "สปอร์ตทัวร์ริซึ่ม" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตต่อไป

ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า ตนได้น้อมนำหลักปฏิบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในการเป็นพระมหากษัตริย์นักกีฬามาผนวกใช้ในการบริหารงานยกตัวอย่างเช่น ความภาคภูมิใจ ในครั้งที่พระองค์ท่านได้เข้ารับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกมิติ อาทิ การซ้อมที่เข้มข้น การต่อเรือฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เอง ตลอดจนการเรียนรู้กับประโยชน์ของกีฬาเพื่อนำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต และที่สำคัญคือความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนของประเทศ ด้วยเหตุนี้ตนในฐานะผู้ว่าการฯ ได้ปลูกฝังกับทีมงานและนักกีฬาทุกคนอยู่เสมอว่า “เราควรภูมิใจในทุกลมหายใจสำหรับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย เราต้องฝึกซ้อมและปฏิบัติตามกฏกติกาอย่างจริงใจ พร้อมกับมีน้ำใจนักกีฬาด้วยจิตใต้สำนึกที่ดี”

นายสกล วรรณพงษ์ เล่าต่ออีกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง โดยมีเหตุการณ์หนึ่งได้ถูกบันทึกไว้ซึ่งเขียนโดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ว่า "ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ออกจากฝั่งไปได้ไม่นาน ก็ทรงแล่นเรือใบเข้าฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ อยู่ด้วยความฉงนว่า เสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือใบพระที่นั่งแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเห็น" ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตของพระองค์ท่านที่ทรงเป็นนักกีฬา อันหมายถึง นักกีฬาต้องรู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย โดยนี้คืออีกหนึ่งวินาทีประวัติศาสตร์ที่ตนได้นำมาตกผลึกและบ่มเพาะให้กับนักกีฬาไทยทุกคนได้รู้จักและเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่ากีฬา เพราะเมื่อเรามีสปริท รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย พร้อมกับทำให้เต็มที่และตระหนักถึงความภาคภูมิใจเมื่อธงชาติไทยติดหน้าอกในทุกครั้ง เพียงเท่านี้ประชาชนชาวไทยก็มีความสุข อย่างไรก็ตามแม้ในบางครั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สมหวัง แต่เชื่อว่าทุกคนพร้อมให้โอกาสและเคียงคู่กับนักกีฬาไทยเสมอเมื่อเรามีสปิริทเป็นฐานราก เพราะการกีฬาแห่งประเทศพร้อมเคียงข้างทุกความสำเร็จของนักกีฬาไทย

 
ฮ้วยอัน