Gen Y : คุณนริศรา กุลปิยะวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชบาบางกอก จำกัด
October 25, 2017
ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย 26 ต.ค.60 ฟิวเจอร์พาร์ค เปิดพื้นที่จอดรถฟรี!!!
October 26, 2017

ความต่างระหว่าง Social Enterprise และ Social Entrepreneur

อย่างไรก็ตามเมื่อกล่าวถึง Social Enterprise หรือกิจการเพื่อสังคมนั้น มักมีอีกคำที่ใกล้เคียงและพบว่าหลายครั้งถูกใช้สลับกันจนเกิดความสับสนได้นั้นคือคำว่า Social Entrepreneur ซึ่งครั้งนี้เราจะนำเสนอถึงความแตกต่างโดยมีรายละเอียดดังนี้

“Social Entrepreneur” ผู้ประกอบการเพื่อสังคม หมายถึง บุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการสร้างกำไรมากที่สุดด้วยวิธีการทางธุรกิจใดก็ตาม แต่เป็นผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจในเป้าหมายทางสังคม ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประโยชน์ส่วนตัว และที่สำคัญมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Entrepreneurial Spirit)

อย่างที่ รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้นำเสนอนิยามของผู้ประกอบการเพื่อสังคมไว้ว่า รูปแบบการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเพื่อสังคมนั้นจะมุ่งการแสวงหาหนทางในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการช่วยเหลือและแก้ไขสังคม โดยสิ่งที่แตกต่างระหว่าง Social Entrepreneur กับผู้ประกอบการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือ CSR นั้นคือ “วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ”

หากธุรกิจใดมุ่งแสวงหาผลตอบแทนและกำไรทางธุรกิจ ก่อนการช่วยเหลือสังคมถือเป็นองค์กรหรือผู้ประกอบการที่ทำความดีเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น ในทางกลับกันผู้ประกอบการใดที่มีแรงจูงใจในการแก้ปัญหาสังคมให้ดีขึ้นเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการใช้กระบวนการบริหารจัดการทางธุรกิจให้รายได้เป็นสิ่งสนับสนุน จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

สำหรับ “Social Enterprise” หรือ กิจการเพื่อสังคม หมายถึง “องค์กรที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่รายได้จะถูกนำมาพัฒนาทั้งสังคมและองค์กรให้เติบโตขึ้น เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อความมั่งคั่งของเจ้าของและผู้ถือหุ้น ตามนิยามของ UK Department for Trade and Industry” ในขณะที่แผนแม่บทสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ ได้ให้ความหมายของกิจการเพื่อสังคมไว้ว่า “เป็นกิจการที่มีรายได้จากการผลิตสินค้าหรือจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการโดยมีเป้าหมายของกิจการที่มุ่งเน้นและมีวัตถุประสงค์เด่นชัดในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างกำไรสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าของ”

โดยตัวอย่างต้นแบบที่เป็นรูปธรรมของกิจการเพื่อสังคมในประเทศไทยนั้นคือ โครงการหลวงและโครงการในพระราชดำริต่างๆ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยได้ดำรงชีพด้วยรายได้ที่เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ยึดหลักมนุษยธรรมควบคู่ไปกับการเพิ่มผลผลิตที่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะเดียวกันยังมุ่งให้ความรู้ในการสร้างรายได้โดยงดเว้นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ และต้นน้ำลำธาร

ในประเทศไทยนั้นกิจการเพื่อสังคมยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่การดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดนี้ นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังริเริ่มธุรกิจและมุ่งหวังสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

 
AW-Pro-feminie-1208x300px