Travel : ชมทะเลหมอก กอดดอกบัวตอง ที่เมืองปาย แม่ฮ่องสอน
November 24, 2017
เคทีซีรวมน้ำใจสมาชิกทั่วประเทศกว่า 44 ล้านบาท แบ่งปันความรักให้กับเด็กยากไร้ผ่านมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน
November 24, 2017

The Eyedol : โก้ ดัสกร ทองเหลา

“ เก่งบ้านนอก ไม่สู้ขี้คอกในเมือง ”

 
รูปหน้าปก (1)
 

การเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ได้รับใช้ชาติถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนักกีฬา ซึ่งการติดธงไตรรงค์บนหน้าอกจำนวน 100 นัด ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ได้มีเพียงแต่ฝีมือ แต่ยังต้องอาศัยสภาพร่างกายที่แข็งแรง รวมทั้งทัศนคติและมุมมองการเล่นที่ดีจากหัวใจที่เข้มแข็งและหนึ่งในนั้น คือ โก้ ดัสกร ทองเหลา อดีตกัปตันช้างศึก กองกลางตัวเก่งที่สามารถเล่นได้ทั้งรับและรุก โดยมีอาวุธเด็ดลูกตะบันไกลนอกกรอบเขตโทษ เรียกเสียงเฮและสร้างความสุขให้กับประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ

แนะนำตัว ให้แฟนๆGreen Life Plus+ ได้รู้จักกันหน่อยครับ?

สวัสดีครับ แฟนๆนิตยสารGreen Life Plus+ ผมดัสกร ทองเหลา ครับ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด มาจากจังหวัดหนองบัวลำภู อยู่บ้านก็ช่วยที่บ้านทำนาครับ เพราะที่บ้านมีอาชีพทำนา

แล้วเริ่มมาเตะฟุตบอลตอนไหน ?

ผมเริ่มเตะฟุตบอลตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ก็เตะแข่งขันในรายการต่างๆของจังหวัด ซึ่งตอนนั้นผมชื่นชอบในการเล่นกีฬาเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น กรีฑา วอลเลย์บอล และตระกร้อ ซึ่งผมรักและหลงใหลการเล่นตระกร้ออย่างมาก คือตอนนั้นถือได้ว่าเล่นจริงจังกว่าฟุตบอลอีกครับ สามารถคว้าแชมป์ได้หลายรายการ โดยเล่นในตำแหน่งตัวเสริฟ์

: นั้นแสดงว่าตระกร้อเป็นจุดเริ่มต้นของลูกฟรีคิกที่เป็นเครื่องหมายการค้า มาจนถึงวันนี้?

ก็ถือว่ามีส่วนครับ555++ เพราะการเสริฟ์ตระกร้อมันต้องกะน้ำหนักและทิศทางเพื่อให้ลูกปตามที่เราตั้งใจไว้ครับ

แล้วอยู่ๆทำไมถึงหันมาเตะฟุตบอลแทนตะกร้อ?

มีอยู่วันหนึ่งผมได้ดูการถ่ายทอดฟุตบอลทีมทหารอากาศซึ่งในขณะนั้นนำทีมโดย เพชรฆาตหน้าหยก พี่ตุ๊ก ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน ภาพความประทับใจในวันนั้นทำให้ผมได้หันมาปลุกปั้นความฝันครั้งใหม่ของชีวิต เพื่อจะตามรอยพี่เค้าให้ได้ คือตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวเลย คือ เราอยากเท่ห์เหมือนพี่ตุ๊กอ่ะครับ

เส้นทางชีวิตเป็นอย่างไรต่อ?

หลังจากจบ ป.6 ที่หนองบัวลำภู ผมก็มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ตอนนั้นก็มาอาศัยอยู่ที่วัดกับพี่ชายซึ่งพี่ชายผมบวชอยู่ที่วัดสระเกศ แล้วก็ ได้เรียนต่อที่ รร.วัดสระเกศ โดยในเวลาว่างผมและรุ่นพี่ก็จะชวนกันเตะฟุตบอลบริเวณรอบสนามศุภชลาศัยทุกวัน แล้วก็ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันในรายการต่างๆ จนสร้างชื่อและได้รับการเชิญชวนจาก รร.ปทุมคงคา ซึ่งที่นี่ถือเป็นบันไดก้าวแรกในการตามหาความฝันที่เป็นจริงได้

เข้ามา กทม.ครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ยอมรับเลยครับ ว่า “ท้อมาก” และยอมรับอีกทีว่าผมหนีกลับบ้าน 55555+ เพราะรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราเลย กลับไปที่บ้านก็มีแต่คนด่าว่า คนดูถูกเรา ซึ่งมีอยู่ประโยคนึงที่ทำให้ผมฮึดสู้และกลับมาเรียนต่อ คือ “เก่งบ้านนอก ไม่สู้ขี้คอกในเมือง” ถือได้ว่านี่แหละคือเชื้อเพลิงที่สำคัญในการผลักดันผมเพื่อพิสูจน์ตนเองบนเส้นทางที่เรารัก โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า “หากไม่ได้ดี ผมจะไม่กลับบ้าน”

กลับเข้ามา กทม รอบที่ 2 เป็นยังไงบ้าง ?

กลับมารอบนี้ผมเรียนจนจบ ม.3 ที่ รร.ปทุมคงคา ก็เริ่มมีคนรู้จักเรามากขึ้นด้วยผลงานการพาทีมเข้าแข่งขันในรายการต่างๆของกรมพลศึกษาตลอดจนไปฝึกฝนเพิ่มเติมกับสโมสรชั้นนำในขณะนั้นอย่าง ราชประชาฯ การประปา และโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็เข้ามา คือ การได้รับเลือกให้ติดทีมชาติเยาวชนอายุ 17 ปีในรายการชิงแชมป์โลกที่รัสเซีย

ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เป็นนักฟุตบอลทีมชาติ?

ผมร้องไห้เลยครับ ภูมิใจมากๆ ในสิ่งที่ตนทำบนเส้นทางที่หวัง ผมนั่งลงและขอบคุณตัวเอง ขอบคุณคนรอบข้าง ซึ่งมีพระคุณและเติมเต็มโอกาสที่ดีเสมอมา หลังจากติดทีมชาติ ผมก็ได้รับโอกาสจาก สโมสรบีอีซี เทโร ในขณะนั้นในทีมเพียบพร้อมไปด้วยดาวดังอย่าง น้าเทิด เทิดศักดิ์ ใจมั่น โค๊ชโย่งวรวุฒิ ศรีมะฆะ แบ็คซ้ายดาราเอเชีย ดุสิต เฉลิมแสน รวมทั้งโค๊ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งคว้ารองแชมป์ถ้วยใหญ่ระดับเอเชียอย่างเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนในเส้นทางนักฟุตบอลที่ควรค่าแก่การจดจำของผมเสมอมา

แมตซ์ไหน ที่เป็นแมตซ์แห่งความทรงจำ?

ทุกแมตซ์ครับ เวลาที่ผมได้สวมเสื้อทีมชาติไทย นั้นคือความสุขที่สุดในชีวิตครับ ผมรู้สึกว่าการที่เราจะติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นเรื่องยากมากสำหรับผม แต่เมื่อเราติดแล้วการรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ เป็นสิ่งยิ่งยากกว่า และไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ทุกครั้งที่ผมนึกถึงตั้งแต่นัดที่ 1 จนถึงนัดที่ 100 รอยยิ้มจากผุดออกมาจากหัวใจทุกครั้งด้วยความภาคภูมิใจ

ขึ้นมารับบทบาทหน้าที่ในตำแหน่ง กัปตัน ทีมชาติ ชุดใหญ่ ได้อย่างไร แล้วรู้สึกยังไงบ้าง เล่าให้เราฟังหน่อย ?

ตอนที่ได้รับปลอกแขนให้เป็นกัปตันทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก ผมได้รับการส่งต่อมาจากพี่แบน ตะวัน ศรีปาน ในนัดอำลาทีมชาติของพี่แบน โดยพี่แบนได้บอกผมว่า “พี่ส่งต่อให้แล้วนะ” ซึ่งการเป็นกัปตันไม่ได้มีหน้าที่แค่บัญชาเกมส์แต่ในสนาม แต่เรายังต้องสร้างกำลังใจ ทั้งก่อนและหลังแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อได้ผลการแข่งขันที่ไม่ได้ดั่งหวัง เราต้องโดดรับแทนลูกทีม สำหรับการเป็นกัปตันนั้น ได้สอนให้ผมมีภาวะการเป็นผู้นำ การมีน้ำใจ การเรียนรู้กับความผิดหวัง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

ภาพลักษณ์เรื่องอารมณ์ ของดัสกร ทองเหลา เป็นยังไง?

การเติบโตของทุกคนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงครับ ผมยอมรับเรื่องของอารมณ์แต่ก่อนผมค่อนข้างอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ก็ปรับได้ดีขึ้นเยอะล่ะครับ^^ ผมมองว่าอารมณ์กับฟุตบอลมีเพียงเส้นบางๆกั้นอยู่ การเรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีตด้วยการปรับปรุงผ่านการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งบวชรวมทั้งการอ่านหนังสือเข็มทิศชีวิต ทำให้ผมรู้สึกมีสมาธิต่อลูกฟุตบอลมากขึ้น และอีกสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเสมอ คือ “ความเคารพ” ไม่ว่าจะเป็นการยกมือไหว้ การทักทาย รวมทั้งขอโทษ ทั้งหมดคือสะพานแห่งมิตรภาพที่เราสามารถสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเองอยู่เสมอ

นอกจากการจัดการอารมณ์แล้ว ได้จัดการอะไรกับสิ่งรอบข้างบ้าง ?

ทัศนคติ ครับ การมองโลกในแง่ดีผสมผสานกับการปิดตาหนึ่งข้างรวมทั้งลืมคำชมและนำคำติมาพัฒนาตนเอง เพียงเท่านี้ ก็จะยกระดับตัวเองและจัดการกับปัญหารอบตัวที่เข้ามาได้แล้วครับ เพราะถ้าหากเราย้อนกลับไปคิดหรือมาใส่ใจ นอกจากจะย่ำอยู่กับที่แล้วยังเป็นการทำร้ายบุคคลรอบข้าง ฉะนั้นเรามาทำให้คนที่รักเรามีความสุขไปด้วยกันจะดีกว่า

การติดทีมชาติไทยนัดที่ “ 100 “ มีความสำคัญอย่างไรกับชีวิต?

สำคัญอย่างมากครับ เพราะผมห่างหายจากการติดทีมชาติไปกว่า 3 ปี อย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกการที่ได้เล่นให้กับทีมชาติ ติดธงไตรรงค์บนหน้าอกคือความสุขและความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตผมครับ

กีฬาฟุตบอลในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะรุ่นพี่มีคำแนะนำอย่างไรให้กับน้องเยาวชนที่กำลังเดินตาม?

เราต้องใส่ใจในทุกอย่างมีวินัย ไม่ว่าจะเป็น การซ้อม การแข่งขัน การปฏิบัติตน การดูแลร่างกาย ตลอดจนการประพฤติปฏิบัติที่ดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดในวงการนี้คือ ต้องมีความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตน และเรียนรู้กับสิ่งที่เรารักเล่นฟุตบอลด้วยความสุข เล่นเพื่อแฟนบอลที่เค้าคอยเชียร์เรา และนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในเรื่อง ความพอเพียง มาปรับใช้ในชีวิต สานต่อคำสอนของพ่อหลวง แค่นี้ชีวิตก็สมบูรณ์แบบในอาชีพนี้แล้วครับ

หากไม่เตะฟุตบอล คนอย่างดัสกรจะทำอะไร ?

ถ้าไม่ใช่นักบอล ผมก็อาจจะทำนาครับ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด “ทำนานี่แหละถ้าไม่เตะบอล “ คิดไม่ออกจริงๆครับว่าจะทำอะไร5555+ แต่ที่รู้คือการไม่ละทิ้งความตั้งใจ เก็บเกี่ยวทุกโอกาสแน่นอนครับ

มีเทคนิคการดูแลสุขภาพอย่างไร ในวัย33ปี ?

การเลือกรับประทานอาหารที่ดี การพักผ่อนให้เพียงพอ และการซ้อมอย่างสม่ำเสมอด้วยการมีวินัย

นอกจากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ มีอะไรอีกบ้างที่หลายคนยังไม่เคยรู้?

ตอนนี้ผมเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอล ชื่อ Center Soccer Academy

ก็ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล?

ใช่ครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมโตมากับมัน การเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอล เป็นการเพาะชำเยาวชนรุ่นใหม่ที่รักและหลงไหลกีฬาฟุตบอลในเหมือนผม จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นครับ แล้วก็ยังมีร้านเสื้อกีฬา DT Sports Shop มีร้านโรตีชาชัก ชื่อร้านกู อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยส่วนตัวผมมองว่าอาชีพนักฟุตบอลมีระยะเวลาไม่มากในการหารายได้ ผมจึงต่อยอดด้วยการสร้างรายได้ด้วยช่องทางอื่นๆครับ

ชีวิตนี้เกิดมาได้รับใช้ชาติบนพื้นแผ่นดินในฐานะนักฟุตบอลกว่า 17 ปี สิ่งนี้คือความภาคภูมิใจสูงสุด ผนวกกับการไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตัวเองและเดินตามความฝันอย่างมุ่งมั่นบนกรอบพื้นฐานความตั้งใจและมีวินัย ควบรวมกับการให้ควาสำคัญในเรื่องความเคารพ พร้อมๆกับมองภาพรวมด้วยทัศนคติเชิงบวก จัดการกับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดด้วยสติ มีสมาธิกับสิ่งรับผิดชอบ และต่อยอดสิ่งใหม่ๆด้วยธุรกิจ ที่สำคัญคือการส่งต่อแรงบันดาลใจและวิชาความรู้ด้านกีฬาให้กับเยาวชน ซึ่งทั้งหมดหล่อหลอมให้นักเตะรายนี้กลายเป็นตำนานผู้ยิงประตูสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพสายนี้ต่อไป ดัสกร ทองเหลา

รูปหลักเนื้อใน
IMG_8533
22228192_10155121489678182_7161979804354266010_n
22382135_10155130110638182_7859354226550351363_o (1)
 
AW-Pro-feminie-1208x300px