เคทีซี จับมือ ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก สะดวก รวดเร็ว ผ่าน E – Coupon
December 12, 2017
โรจนะเซ็น MOU ขายที่ดิน 300 ไร่กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ธุรกิจยานยนต์และโดรนจากจีน แจงยอดรับรู้รายได้ขายที่ดินบริษัทย่อย มูลค่ากว่า 1,200 ล้านส่งผลประกอบการปีนี้เกินเป้า
December 12, 2017

‘สภาคองเกรส’ ไฟเขียวเปิดป่าขุดเจาะน้ำมัน สังเวยเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ผืนใหญ่สุดในสหรัฐ


 
17621981_1473573222673232_8959144617691946960_o
 

พื้นที่กว่า 7.8 หมื่นตารางกิโลเมตร ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอะแลสก้า มีแนวโน้มกลายเป็นพื้นที่สัมปทานขุดเจาะน้ำมัน ภายหลังที่ประชุมสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2017 เปิดไฟเขียวผ่านกฎหมายอนุญาตให้มีการซื้อขาย-ขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ใน Alaska’s Arctic National Wildlife Refuge (ANWR) ได้

ANWR นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ทั้งหมด 78,050.60 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ Alaska North Slope ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายพันธุ์ เช่น หมี กวางเรนเดียร์ ควายไบซัน อินทรีย์ และปลาวาฬเพชฌฆาต

พื้นที่แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในสมัยรัฐบาล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) เมื่อปี 1960 หรือ 57 ปีที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาระบบนิเวศในอะแลสก้าให้ยังสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะผ่าน นักวิทยาศาสตร์ 30 ชีวิต ได้ร่วมกันยื่นจดหมายถึง ลิซ่า มียคอฟสกี้ (Lisa Murkowski) สว.จากพรรคริพับลิกันรัฐอะแลสกา และเป็นประธานวุฒิสภาคณะกรรมาธิการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติแห่งสหรัฐ (U.S. Senate Energy and Natural Resources Committee) ในฐานะผู้ผลักดันกฎหมาย โดยเรียกร้องให้ถอดร่างกฎหมายฉบับนี้ออกจากการพิจารณา

ความตอนหนึ่งในจดหมายระบุว่า การสร้างแหล่งบ่อน้ำมันอีกจะยิ่งทำให้การจำกัดการปล่อยก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์เป็นไปได้ยาก และจะยิ่งทำให้เกิดการแปลงแปลงภูมิอากาศอย่างเฉียบพลันในอะแลสก้าขึ้น

สำหรับกฎหมายไฟเขียวเปิดป่าอนุรักษ์ขุดเจาะน้ำมันนั้น ผ่านสภาด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 48 เสียง ขณะที่ร่างกฎหมายคัดค้านการเข้าไปขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่นำเสนอโดย มาเรีย คานเวลล์ (Maria Cantwell) สว.พรรคเดโมแครตรัฐวอชิงตัน หนึ่งในคณะกรรมาธิการพลังงานและทรัพยาการธรรมชาติแห่งสหรัฐ กลับไม่ผ่านความเห็นชอบ

สื่อมวลชนต่างรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า สาเหตุที่กฎหมายอนุรักษ์ไม่ผ่านความเห็นชอบนั้น เนื่องจาก สว.รีพับลิกันร่วมกันล็อบบี้ไม่สนับสนุน

“มาเรีย คานเวลล์” ออกมากล่าวกับสำนักข่าว The Washington Examiner ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ผลที่ออกมาไม่ยุติธรรมและไม่โปร่งใส ขณะที่ “มียคอฟสกี้” ได้ทวิตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวด้วยถ้อยความเชิงยินดีว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยสร้างทรัพยากรธรรมชาติให้เพิ่มขึ้น ทั้งจะช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับชาวอะแลสก้าด้วย

หากมองในมุมเศรษฐกิจ แน่นอนว่ากฏหมายดังกล่าวจะช่วยสร้างงานและรายได้ แต่ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจในทางอ้อมจากกรณีที่ระบบนิเวศและความหลากหลายทางธรรมชาติต้องสูญเสียไป หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดระหว่างเข้าทำงานในป่า อาจสูงจนไม่สามารถประเมินมูลค่าได้

ที่สำคัญก็คือ ในอดีตอะแลสก้าเคยมีเผชิญกับฝันร้ายจากการรุกรานของธุรกิจน้ำมันจนสูญสิ้นทรัพยากรธรรมชาติมาแล้ว

กรณีตัวอย่างอันโด่งดังในปี 1989 เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทน้ำมันเอ็กซอน วัลเดซ (Exxon Valdez) เกิดอุบัติเหตุชนแนวหินปะการังบริเวณช่องแคบพรินซ์ วิลเลียม (Prince William Sound) ส่งผลให้น้ำมันกว่า 10.8 ล้านแกลลอนรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล สร้างความเสียหายบริเวณพื้นที่ชายฝั่งเป็นแนวยาวกว่า 2,100 กิโลเมตร

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นกทะเลกว่า 100,000-250,000 ตัว ตายในเขตพื้นที่รั่วไหล เช่นเดียวกับนาก แมวน้ำ นกอินทรี ปลาวาฬเพชฌฆาต และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอีกจำนวนมาก ซึ่งแม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีป้องกันการรั่วไหลน้ำมันจะถูกพัฒนาไปไกลมาก แต่กลุ่มนักสิ่งแวดล้อมและเอ็นจีโอต่างๆ มองว่าการเข้าไปทำธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและทรัพยากรของชาติใน ANWR ไม่ใช่เรื่องที่รับได้ เพราะนั่นคือการคุกคามชีวิตสัตว์ป่าและระบบนิเวศอย่างไม่อาจประเมินค่า

กลุ่มนักสิ่งแวดล้อมและเอ็นจีโออย่าง ชาร์ลี โครนิค (Charlie Kronick) เจ้าหน้าที่อาวุโสโครงการ climate change จากกรีนพีซกล่าวกับสำนักข่าว Newsbeat ว่า ไม่ควรมีบริษัทใดได้รับอนุญาตให้เข้าไปขุดเจาะน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติในที่แห่งนี้

สอดคล้องกับ เจมี วิลเลียม (Jamie Williams) ประธานเอ็นจีโอ The Wilderness Society ที่ออกมาพูดในทิศทางเดียวกันว่า มันเลวร้ายมากที่ภาครัฐร่วมมือกับกลุ่มล็อบบี้ยิสต์น้ำมันเพื่อที่จะทำลายเพชรน้ำงามของประเทศ พื้นที่รักษาเขตพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญของตัวเอง หลังจากที่รัฐได้ปกป้องและดูแลมันมามากกว่า 40 ปี แต่น่าเสียดายที่การต่อสู้นี้ยังไม่จบและเราจะสู้กับกฎหมายนี้ต่อไป

 
AW-Pro-feminie-1208x300px