ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ สร้างสรรค์โอกาสที่ดีในชีวิต
January 16, 2018
Gen Y : คุณณพน เจนธรรมนุกูล ผู้จัดการทั่วไปสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)
January 17, 2018

รู้ไว้ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของ “พลังงาน”


 
1
 

การพัฒนาที่เกิดในทุกอุตสาหกรรมของโลกส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงหลากหลายอย่าง โดยเฉพาะในมิติของความสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น การคิดค้นและตกผลึกนวัตกรรมใหม่ๆ การนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้โดยเฉพาะในภาคการผลิต ตลอดจนการนำเอาวิทยาศาสตร์มาต่อยอดเพื่อบ่มเพาะให้เกิดกลไกหรือวิธีการรูปแบบใหม่ๆในวงการธุรกิจ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานของการขับเคลื่อนกิจการล้วนแล้วมาจาก “พลังงาน” ทั้งหมด

แหล่งพลังงานของโลกที่สำคัญนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ประกอบไปด้วย พลังงานความร้อนหรือแสงจากดวงอาทิตย์ พลังงานจากลม พลังงานจากฝน พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง เป็นต้น โดยในทุกปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นมนุษย์ได้นำมาปรับใช้ในทุกกระบวนการของการดำรงชิวิตรวมไปถึงการดำเนินธุรกิจในสังคมโลกปัจจุบัน ทำให้ตัวเลขของการใช้พลังงานขยับสูงขึ้น โดยสาเหตุหลักๆที่เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนอีกมิติ คือ อัตราการเพิ่มของประชากรที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอัตราปีละ 75 ล้านคน

และจากข้อมูลของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันป้องกันประเทศ ยังชี้ชัดอีกว่า แหล่งพลังงานสำรองในภาพรวมของโลกที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน พบว่า แหล่งน้ำมันปิโตรเลียมยังคงมีปริมาณเหลืออยู่ประมาณ 1,652.7 พันล้านบาร์เรล ซึ่งอาจเหลือใช้ได้อีกไม่เกิน 50 ปี ขณะเดียวกันสำหรับ ก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ ประมาณ 208.4 พันล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าเหลือใช้ได้อีกไม่เกิน 100 ปี และถ่านหินประมาณ 853.1 พันล้านตัน ประเมินว่าเหลือใช้ได้อีกไม่เกิน 200 ปี เท่านั้น

สอดรับกับคำกล่าวของ พล.อ.อ. ประจิ่น จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในการเป็นประธานเปิดการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 หรือ (AMER 7) ว่า อัตราการเจริญเติบโตของการใช้พลังงานมาจากประเทศกำลังพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการเจริญเติบโตที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การย้ายถิ่นฐาน การขยายตัวของเมือง รวมถึงการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์ ทั้งนี้ คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโลกของเราก็ยังคงต้องมีการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลัก

 
5
 

สำหรับภูมิภาคเอเชีย ถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานมากที่สุดภูมิภาคหนึ่ง โดยมีการเจริญเติบโตของการใช้พลังงาน คิดเป็น 2 ใน 3 ของโลก เนื่องมาจากการเจริญเติบโตของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือ อินเดีย รวมทั้งประเทศที่อยู่ในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เช่น ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียก็ยังคงมีทรัพยากรพลังงานทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่ประกอบไปด้วยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพลังงานรายใหญ่ ซึ่งทำให้เอเชียจะมีความสำคัญต่อตลาดพลังงานโลกและควรก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางด้านพลังงานของโลกต่อไป สอดคล้องกับการขนานนามยุคนี้ว่าเป็น “ศตวรรษของเอเชีย”

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สถานการณ์พลังงานโลกขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ความต้องการพลังงานของโลกจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 ในปี 2040 โดยพลังงานที่มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด คือ พลังงานหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 60 โดยส่วนใหญ่มาจากพลังงานลม และแสงอาทิตย์ ด้านพลังงานฟอสซิลนั้น ก๊าซธรรมชาติจะมีการเจริญเติบโตมากที่สุด โดยเพิ่มสูงขึ้นอีกร้อยละ 50 จากแนวโน้มดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน จากยุคที่โลกถูกกำหนดด้วยพลังงานฟอสซิลมาสู่โลกที่พลังงานสะอาดเข้ามามีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น

และในตอนหน้าเราจะมาดูมิติและประเด็นที่สำคัญของการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีพลังงานแห่งเอเชีย ครั้งที่ 7 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อการประชุม Global Market in Transition : From Vision to Action จากผู้แทนของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคพลังงานในเอเชีย รวม 24 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศชั้นนำ 11 องค์การร่วมกันหารือประโยชน์เกี่ยวกับทิศทางของตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อภิปรายผลกระทบของเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมทั้งมองทิศทางอนาคตภาคพลังงานในเอเชีย โดยเฉพาะการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน