ฉลาดเลือก ฉลาดใช้ ตู้เย็นภายใต้สัญลักษณ์ Green Refrigerant
July 17, 2018
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “MTL Hackathon Insurance 4 Millennials” ระดมพลังทางความคิดจากคนรุ่นใหม่
July 18, 2018

“NPP” ประกาศร่วมทุน“ CP จีน” ตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ “ Kinghill Food” ปักธงสร้างธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศจีน-หนุนรายได้โตก้าวกระโดด

 
คุณศุภจักร NPP.2
 

NPP ผนึกกำลัง กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ในประเทศจีน ตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ “ Kinghill Food ” ลุยสร้างธุรกิจร้านอาหารครบวงจร และอื่นๆในประเทศจีน พร้อมกับขยาย Franchise ทั่วประเทศจีน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนจีน เตรียมดีเดย์ เปิดสาขาแรกที่ เซี่ยงไฮ้ ภายในไตรมาส 4/2561 และหวังกำลังซื้อจากประชากรจีนที่สูงถึง 1,400 ล้านคน สร้างความมั่นใจต่อแผนขยายร้านอาหาร และขยาย Franchise model หนุนรายได้ธุรกิจอาหารใน 3 ปีข้างหน้าโต 3-4 เท่าตัว แย้มเปิดแบรนด์ที่จะเปิดเร็วๆ นี้

นายศุภจักร ไตรรัตโนภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPP เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติให้ NPP เตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทในเครือ Kinghill Overseas Holdings Limited ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)ในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ “ Kinghill Food ” เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีน โดยสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Kinghill Food จำกัด แบ่งเป็น บริษัทในเครือ Kinghill Overseas Holdings Limited (บริษัทลูกในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในประเทศจีน) จำนวน 51% และบมจ. เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำนวน 49% โดยทาง Kinghill Overseas Holdings Limited เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการร่วมมือทางธุรกิจกับ NPP ในครั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพการขยายร้านอาหารต่างๆ รวมถึงการพัฒนาร้านอาหารในประเทศจีนมากขึ้น

สำหรับวัตถุประสงค์ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อนำแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำ อาทิ อาหารไทย อาหารทะเล ทั้งในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจำหน่ายในร้านอาหารในประเทศจีน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการขยาย Franchise ไปทั่วประเทศจีนอีกด้วย โดยเบื้องต้นจะเปิดให้บริการสาขาแรกที่ เซี่ยงไฮ้ ภายในไตรมาส 4/2561 และคาดว่าจะเปิดสาขาเพิ่มที่ปักกิ่ง เฉิงตู ฉงชิ่ง เซินเจิ้น ตามลำดับ พร้อมทั้งมองว่า หากพิจารณาจากมูลค่าการตลาดและอัตราการเติบโตธุรกิจอาหารในประเทศจีน มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย 20-30% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในจีน ที่มีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น

สำหรับบริษัทในเครือ Kinghill Overseas Holdings Limited เป็นผู้ประกอบด้านธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ และช็อปปิ้งมอลล์ รายใหญ่สุดของประเทศจีน ซึ่งการร่วมทุนในครั้งนี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ จากจำนวนประชาการของจีนที่มีสูงถึง 1,400 ล้านคน ในการต่อยอดธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะ Franchise model ในประเทศจีนให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯต่อไป

ทั้งนี้บริษัทฯยังเล็งเห็นว่า กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP เป็นบริษัทชั้นนำที่มีความแข็งแกร่ง และมีการลงทุนไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีน เป็นหนึ่งในประเทศที่กลุ่ม CP ใช้เป็นฐานธุรกิจกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดย CP มีการลงทุนที่หลากหลายทั้งธุรกิจอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในหัวเมืองต่างๆของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ลั่วหยาง ซีอาน เจิ้งโจว เหอเฟย์ อู๋ซี และยังคงขยายสู่เมืองอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ Super Brand Mall และ Touch Mall ซึ่งจัดเป็นกลุ่มพันธ์มิตรที่มีฐานธุรกิจครบวงจรที่เสริมความแข็งให้กับบริษัทฯในอนาคต

“ การร่วมมือกับบริษัทในกลุ่ม CP จีน ครั้งนี้ ทาง NPP เป็นบริษัทไทยรายแรก ที่ผนึกกำลังการร่วมทุนในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มธุรกิจ CP เป็นบริษัทผู้นำด้านธุรกิจอาหารในประเทศจีน ประกอบกับยังเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในการจัดส่งอาหารไปยังร้านอาหารต่างประเทศในประเทศจีนเกือบทั้งหมด และยังมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อาทิ China Cuisine Association และ China Hospitality Association ซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของจีน ดังนั้นจึงมองว่าการขยายตลาดในครั้งนี้จะส่งผลบวกกับ NPP และปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาร้านอาหารชั้นนำของไทยทั้งอาหารไทย อาหารทะเล และอาหารอื่นๆอีกหลายร้าน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ ” นายศุภจักร กล่าว

ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) หรือ NPP กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากแผนการพัฒนาแบบเชิงรุกในธุรกิจอาหารของ NPP ในครั้งนี้ ทำให้เชื่อมั่นว่า ภายใน 2-3 ปีข้างหน้าธุรกิจอาหารของ NPP จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัว จากปัจจุบันที่มีรายได้ 600-700 ล้านบาท เนื่องจากมีการขยาย Franchise model ไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์ โดยในแต่ละแบรนด์มีแผนที่จะเปิดสาขาไม่น้อยกว่า 50 สาขาต่อแบรนด์ ดังนั้นการร่วมมือกับกลุ่ม CP ประเทศจีนครั้งนี้ จะยิ่งตอกย้ำการเปิดร้านอาหารที่จะทยอยเปิดได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้บริษัทฯยังมีแผนใน 4-5 ปีข้างหน้า จะผลักดันบริษัทฯดังกล่าว และบริษัทย่อยในประเทศจีนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง