กลุ่ม ปตท. ร่วมกับกลุ่มฯ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. คาดการณ์ราคาน้ำมันปี 62
November 19, 2018
ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลังพันธมิตร มาสเตอร์การ์ด และดิโอโร่ เดินหน้าสร้างสังคมไร้เงินสด พร้อมส่งโปรโมชั่นสุดคุ้มเอาใจคาเฟ่เลิฟเว่อร์ยุคใหม่
November 20, 2018

“ดิน” ฐานรากที่มีค่าสำหรับทุกลมหายใจของทรัพยากร

 
mSQWlZdCq5b6ZLklcd7CqC1RYjqaMBpN
 

จากข้อมูลของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงและอธิบายถึงดินและทรัพยากรดินในแบบเข้าใจง่ายๆ ได้ว่า “เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เกิดจากการสลายตัวผุพังของหินชนิดต่าง ๆ โดยใช้เวลาที่นานมาก หินที่สลายตัวผุกร่อนนี้จะมีขนาดต่าง ๆ กัน เมื่อผสมรวมกับซากพืช ซากสัตว์ น้ำ อากาศ ก็กลายเป็นเนื้อดินซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้จะมากน้อยแตกต่างกันไปตามชนิดของดิน”

อีกหนึ่งความหมายที่อธิบายถึงดินได้อย่างชัดเจน คือ ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ โดยเล่าถึงดินไว้ว่า ดิน (Soil) คือ วัตถุธรรมชาติที่ปกคลุมผิวโลกอยู่บางๆ เกิดขึ้นจากผลของการแปรสภาพหรือผุพังของหินและแร่ และอินทรียวัตถุผสมคลุกเคล้ากัน โดยมีส่วนประกอบดังนี้ อนินทรียวัตถุ (Mineral matter) ได้แก่ส่วนของแร่ต่างๆ ภายในหิน อินทรียวัตถุ (Organic matter) ได้แก่ส่วนที่เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพังหรือสลายตัวของซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกัน น้ำ ในสารละลายซึ่งพบอยู่ในช่องระหว่างเม็ดดิน (Aggregate) หรืออนุภาคดิน (Particle) และอากาศ อยู่ในที่ว่างระหว่างเม็ดดินหรืออนุภาคดิน ก๊าซส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปในดิน ได้แก่ ไนโตรเจน ออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์

อย่างที่ทราบกันดีประโยชน์ของดินนั้นมีอย่างหลากหลาย อาทิ ภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ แหล่งที่อยู่อาศัย ตลอดจนเป็นแหล่งกักเก็บน้ำได้อีกด้วย ในแง่ชนิดของดินมีการแบ่งตามอนุภาคซึ่งจำแนกออกเป็น 3 ชนิดไดแก่ ดินเหนียว ดินทรายและดินร่อน ด้วยความที่ดินเป็นหนึ่งในทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งจึงทำให้เกิดปัญหาเสื่อมโทรม บางครั้งกลายเป็นวิกฤต เช่น การกัดเซาะ การเพาะปลูกหรือเตรียมดินไม่ถูกวิธี การตัดหน้าดินไปขาย หรือจะเป็นปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยวตามธรรมชาติ

 
Woman holding a handful of rich fertile soil
 

ไม่เพียงเท่านั้นทาง วช. ได้เริ่มปรับเปลี่ยนการดำเนินงานโดยเฉพาะการคิดค้นงานวิจัยและสนับสนุนงานวิจัยต่างๆให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมใน 2 ด้าน คือ 1.งานวิจัยที่หวังผล สามารถใช้งานได้จริง มีความต้องการเป็นตัวตั้ง ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ ที่ปัจจุบันเกิดการขยายผลให้กับเกษตรกรได้นำไปเพาะปลูก สร้างรายได้ต่อปีทั้งในแง่ของการเก็บเก็บเกี่ยว แปรรูป กว่า 100 ล้านบาท 2.งานวิจัยที่เกิดจากปัญหาของชุมชน เช่น การจัดทำโครงการธนาคารปูม้า เป็นต้น

“ภาพของงานวิจัย 3-5 ปีต่อจากนี้ จะเริ่มจากความต้องการของผู้ใช้ และจะทำให้ผู้คิดค้นเข้าใกล้ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น”ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ เผยต่ออีกว่า อย่างไรก็ตามจำนวนของนักวิจัยเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอต่ออัตราการเติบโตของสังคมโลก จึงอยากสนับสนุนให้นักวิจัยชายไทยรุ่นใหม่หันมามาคิดค้นงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นโดยยึดเอาความต้องการของทุกภาคส่วนในสังคมเป็นที่ตั้ง ซึ่งทาง วช.เองนั้นก็พร้อมที่จะสนับสนุนผ่านการจัดทำการขึ้นบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทยจากกลุ่มนักวิจัยชาวไทยทุกคนเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานหรือมีมาตรฐานเทียบเคียงที่เชื่อถือได้ และสามารถสร้างผลผลิตสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า “ดัชนีนวัตกรรมระดับโลก หรือ GII จัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ภายใต้หัวข้อ “การกระตุ้นโลกด้วยนวัตกรรม” ซึ่งทำการสำรวจความสามารถด้านนวัตกรรม 126 ประเทศทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบอันดับ GII ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางประเทศไทยอยู่อันดับ 5 จาก 34 ประเทศ และอยู่อันดับ 9 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ NIA ในฐานะองค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติได้มีโอกาสหารือกับ WIPO ในเบื้องต้นเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ในการพัฒนาและปรับปรุงดัชนี้นวัตกรรมของประเทศให้สูงขึ้น ซึ่งเห็นว่าการพัฒนาปรับปรุงดัชนีนวัตกรรมของประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญจึงร่วมกับ WIPO กำหนดจะจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อสร้างความเข้าใจแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรอบแนวคิดดัชนีนวัตกรรมโลกแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องแก่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนในงาน Thailand Innovation Week 2018 วันที่ 4 - 7 ตุลาคม 2561 โดยหวังว่ากิจกรรมนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้อันดับความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

 
e14864552598151
 

แต่ทุกปัญหาเกี่ยวกับดินที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินสุวรรณภูมิได้ถูกแก้ไขและปรับเปลี่ยนสู่การใช้ปรับใช้อย่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติและคงไว้ซึ่งการรักษาคุณภาพของดินและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่ทรงเป็นห่วงพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มเกษตร พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริในการฟื้นฟู ปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมให้กลับมาใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นต่างๆ ที่ประสบปัญหาในหลากหลายโครงการ ยกตัวอย่างเช่น

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ ณ พื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งหมู่บ้านรอบ ๆ ศูนย์ โดยการวางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทั้งยังให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และสนามทดลองทางด้านการเกษตร โครงการแกล้งดิน แก้ปัญหาดินเปรี้ยว ดินเป็นกรด ด้วยการขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ดินเปรี้ยวจัดจนถึงที่สุดแล้วจึงระบายน้ำออก จากนั้นปรับสภาพฟื้นฟูดินด้วยปูนขาว และโครงการหญ้าแฝก เพื่ออนุรักษ์หน้าดิน ซึ่งนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน โดยยังมีโครงการในพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพดินอีกหลากหลาย จนทำให้ปัจจุบันก่อเกิดการต่อยอดจนทำให้ทรัพยากรดินเพิ่มคุณค่าและมูลค่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นายฮิโรยูกิ โคนุมะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการและตัวแทนประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคขององค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรว่า “...พวกเราทราบซึ้งถึงพระอุตสาหะอันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระราชกรณียกิจที่เกียวกับดิน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในระดับสากลด้วย...” นายฮิโรยูกิยังกล่าวด้วยว่า “...ความรักต่อดินและปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ถูกให้ความสำคัญด้วยการเฉลิมฉลองในวันดินโลกซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร...” นอกจากนั้น FAO ยังประกาศให้ปี 2558 เป็นปีดินสากลอีกด้วย

วันดินโลกทุกปีจะตรงกับวันที่ 5 ธ.ค. โดยยกย่องความสำคัญของดินในฐานะที่เป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศ และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของมนุษย์เนื่องจากความสำคัญต่ออาหาร น้ำ ความมั่นคงทางพลังงาน และยังเป็นตัวช่วยบรรเทาความสูญเสียทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วันนี้ได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่งจากเครือข่ายที่มีนักวิทยาศาสตร์ด้านดินกว่า 60,000 คนทั่วโลกที่ทำการค้นคว้าและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับดิน มีการจัดกิจกรรมจำนวนมากได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับการรับรู้ของสาธารณชนและบทบาทของดินต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นถือได้ว่า ดิน คือ ทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อทุกลมหายใจบนโลกใบนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *