เคพีพีเอ็ม โกลบอล กรุ๊ป (KPPM GLOBAL GROUP) ถือฤกษ์ดีเปิดออฟฟิศใหม่ บนชั้น 20 อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์ ถนนพระราม 3 ช่องนนทรี
April 26, 2021
ไทยเวียตเจ็ทออกมาตรการดูแลผู้โดยสารเพิ่มเติม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
April 27, 2021

UWC พลิกโฉมธุรกิจ สร้างสถานีเทเลคอมให้เช่าในต่างประเทศ
ประเดิมลูกค้ายักษ์ใหญ่ CHINA TELECOM รับค่าเช่า 25 ปี EIRR 28%

มั่นใจโมเดลธุรกิจ ปิดความเสี่ยงการลงทุน เพราะทุกสถานีเทเลคอมที่สร้าง จะมีสัญญาเช่าก่อน
พร้อมรับค่าเช่าล่วงหน้า 1 ปีทันทีเมื่อสร้างเสร็จ

นายธีรชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอื้อวิทยา (UWC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายฐานธุรกิจไปในต่างประเทศ โดยเป็นธุรกิจให้เช่าเสาโทรคมนาคม (Tower Co) ในประเทศฟิลิปปินส์  รูปแบบธุรกิจนี้ จะทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากค่าเช่าที่มีสัญญาเช่าระยะยาว 25 ปีกับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ   โดยจะมีลูกค้าหลักเป็นผู้ให้บริการมือถือที่ถือหุ้นใหญ่โดย CHINA TELECOM ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจมือถือยักษ์ใหญ่จากจีน ที่ได้รับสัมปทานคลื่นความถี่ 700-3,500 MHz ระยะเวลา 25 ปีจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ให้เป็นผู้ให้บริการมือถือรายที่ 3 และได้มีการลงทุนกว่า 17,000 ล้านบาทในปี 2564 ทำให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีการลงทุนด้านโทรคมนาคมติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

UWC ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านสื่อสารและโทรคมนาคม (Department of ICT) ให้เป็นบริษัทที่สามารถดำเนินธุรกิจก่อสร้างสถานีเสาส่งสัญญาณและให้เช่าเสาโทรคมนาคมได้  ทั้งนี้บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย SkyTowers Infra Inc. ในประเทศฟิลิปปินส์เรียบร้อยแล้ว และได้มีความร่วมมือกับบริษัท Mariwasa Siam Ceramics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ในการใช้บริการร่วมด้านโลจิสติกส์ คลังสินค้า และการขนส่ง

โมเดลธุรกิจดังกล่าว บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (Mobile Network Operator) จะกำหนดโลเคชั่นที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และทำสัญญาเช่ากับบริษัทก่อนที่บริษัทจะสร้างสถานีส่งสัญญาณที่มีเสาโทรคมนาคม  โดยบริษัทจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสถานีส่งสัญญาณที่มีสัญญาเช่าระยะยาว 25 ปี บริษัทจึงไม่มีความเสี่ยงด้านการหารายได้ เพราะทุกสถานีที่ก่อสร้างจะมีสัญญาเช่าก่อนแล้วเท่านั้น ทำให้บริษัทจะมีรายได้จากค่าเช่าที่แน่นอนในทุกสถานีที่ลงทุนก่อสร้าง นอกจากนี้ บริษัทจะได้รับค่าเช่าล่วงหน้า 1 ปีทันทีที่ก่อสร้างสถานีเสาโทรคมคมแล้วเสร็จ

แผนงานโครงการดังกล่าว จะมีการสร้างสถานีโทรคมนาคม 140 สถานี ในปี 2564 และ 240 สถานีต่อปี  ในปี 2565 และ ปี 2566  หากบริษัทมีสถานีโทรคมนาคมให้เช่าครบ 620 สถานีตามแผนใน 3 ปีนี้  บริษัทจะสามารถสร้างรายได้จากค่าเช่ากว่า 550 ล้านบาทต่อปี และจะมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 42% หากคิดจากสัญญาเช่า 25 ปี  โดยมีผลตอบแทนโครงการ (Project IRR) 18% และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Equity IRR) 28% ซึ่งการคิดผลตอบแทนดังกล่าว คำนวนจากการให้เช่ากับลูกค้าเพียง 1 รายเท่านั้น แต่ในรูปแบบธุรกิจและใบอนุญาตของรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เปิดโอกาสและสนับสนุนให้บริษัทนำเสาโทรคมนาคมซึ่งเป็น Common Tower ไปให้บริษัทผู้ให้บริการมือถือเช่าได้มากกว่า 1 ราย

ประเทศฟิลิปปินส์มีประชากรกว่า 110 ล้านคน มีผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ 3 ราย มีความต้องการสถานีโทรคมนาคมอย่างน้อย 50,000 สถานี แต่ปัจจุบันมีเสาโทรคมนาคมเพียง 20,000 สถานี รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายสนับสนุนให้มีการลงทุนด้านโทรคมนาคมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่จะให้การบริการอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือให้มีความรวดเร็วและครอบคลุมให้ได้ดียิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปีหลังจากนี้

บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความชำนาญกว่า 54 ปีของบริษัทในด้านเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงเและเสาโทรคมนาคม  และเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างรายได้และกำไรให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากการผลิตเสาส่งเพื่องานโครงการในประเทศเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ธุรกิจเสาโทรคมนาคมให้เช่ายังเป็นธุรกิจที่จะเสริมสร้างให้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากรายได้และกำไรที่มีต่อเนื่องและสม่ำเสมอในระยะ 25 ปีจากนี้