Gen Y : คุณนริศรา กุลปิยะวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชบาบางกอก จำกัด
October 25, 2017
‘ไมโครพลาสติก’ กับข้อค้นพบใหม่ !!! เจ้าวายร้ายแฝงตัวใน ‘ยาสีฟัน-โฟมล้างหน้า’
November 3, 2017

‘ธนาคารเมล็ดพันธุ์’ คัดสรรความหลากหลาย สานต่อลมหายใจพืชพรรณให้ยาวนาน


 
 

ครั้งเมื่อมีโอกาสร่วมงานฉลองมงคลสมรส มักได้รับของชำร่วยแทนคำขอบคุณจากคู่บ่าวสาวเป็นที่ระลึกเสมอ บ้างเป็นถุงผ้าลดโลกร้อน แท็กห้อยกะเป๋า แก้ว สมุดโน้ต พวงกุญแจ ที่เปิดขวด ฯลฯ ระยะหลังมานี้ปรากฏไอเดียนำ “เมล็ดพันธุ์” หลากหลายชนิดรวมกันภายใต้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม

แล้วทำไมต้องเป็นเมล็ดพันธุ์?

“ของขวัญที่เติบโตงอกงามคือเมล็ดพันธุ์พืช ผู้ให้ชื่นจิต ผู้รับชื่นใจ และชื่นใจไปอีกนาน เมื่อเมล็ดพันธุ์นั้นๆ เติบโตออกดอกออกผล” หญิงในชุดราตรีตอบ

สอดคล้องกับที่ชายหนุ่มคู่ชีวิตเผยแนวคิดว่า “การให้เมล็ดพันธุ์ เปรียบเสมือนการให้ต้นไม้แห่งรักไปปลูก ประมาณว่าความรักต้องดูแลกว่าจะเติบโต แสดงถึงความงอกงาม ความมงคลของชีวิต”

ซองจดหมายถูกประทับตราด้วยแสตมป์ ภายในบรรจุสิ่งเดียวกัน เพียงแต่สลับชื่อ-ที่อยู่ ผู้รับ-ผู้ส่ง ถูกส่งผ่านบุรุษไปรษณีย์มายังเจ้าหน้าที่ประสานงานธนาคารเมล็ดพันธุ์ วันถัดมาซองจดหมายพร้อมด้วยเมล็ดพันธุ์ถูกส่งกลับไปยังผู้รับ เพื่อรอวันเพาะปลูก ผลิดอก ออกใบ ออกผล และเมล็ดพันธุ์ที่จะกระจายไปยังสมาชิกคนอื่นๆ

ฉลาด บัวใจ หนึ่งในสมาชิกธนาคารเมล็ดพันธุ์ เล่าว่า ทุกครั้งที่ได้รับเมล็ดพันธุ์รู้สึกดีใจและอุ่นใจที่มีกลุ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นเพื่อส่งต่อให้เกษตรกรผู้สนใจสามารถนำไปเพาะขยาย และเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง จากเดิมเกษตรกรจะมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์ต่อ แต่ปัจจุบันนิยมซื้อเมล็ดพันธุ์จากท้องตลาดเป็นส่วนใหญ่ และเริ่มไม่เก็บเมล็ดพันธุ์บางส่วน

"ตอนที่เริ่มคิดจะปลูกพืช เราก็อยากได้เมล็ดพันธุ์ที่เป็นพันธุ์พื้นถิ่นจริงๆ ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ดัดแปลงที่วางขายตามท้องตลาด ด้วยความสนใจเรื่องการรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นถิ่น เลยลองเสิร์ชข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เจอกลุ่มเมล็ดพันธุ์ 2-3 กลุ่ม โดยมีชื่อคล้ายๆ และเหมือนกัน เราก็เริ่มทักทายเพื่อจะได้ขอเมล็ดพันธุ์มาปลูกบ้าง” ฉลาดเล่า

นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีที่ฉลาดได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับทางธนาคารเมล็ดพันธุ์ อ.จะนะ จ.สงขลา ระหว่างที่เรื่องราวกำลังดำเนินไป เมล็ดพันธุ์มากมายหลากหลายชนิดถูกเพาะลงดิน เติบโตอย่างงดงาม พร้อมที่จะส่งต่อเมล็ดพันธุ์ให้กับเพื่อนบ้าน และส่งกลับไปยังธนาคารเมล็ดพันธุ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ธนาคารเมล็ดพันธุ์ ต้นทางของความรัก คือการให้

“ทุกครั้งที่เดินทาง เราไม่ลืมที่จะหยิบเมล็ดพันธุ์ติดมือไปด้วยทุกครั้ง” นับเป็นปีที่ 3 ที่ แพ็บ-ภาวิณี ไชยภาค นักวิชาการอิสระ เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ พร้อมด้วยเมล็ดพันธุ์ เพื่อที่จะส่งต่อ แลกเปลี่ยน กับเกษตรกรผู้สนใจ รวมถึงเพื่อนๆ สมาชิก “ธนาคารเมล็ดพันธุ์”

เธอเริ่มต้นเรื่องราวด้วยการปลูกพืชผักกินเอง เพื่อให้รู้สึกถึงความมั่นใจและปลอดภัย ว่าผักต่างๆ ที่รับประทานนั้นปราศจากสารพิษอย่างแน่นอน เนื่องจากเธอมีปัญหาสุขภาพทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหารการกิน เรื่องราวเหล่านี้จึงนำมาสู่การเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์และแบ่งปันสู่คนรอบข้าง

เมล็ดพันธุ์จำนวนมากมายหลายชนิดถูกส่งต่อ ขณะเดียวกันก็มีหลายคนนำมามอบให้เธอ ต่อมาเริ่มมีการเปิดกลุ่มบนเฟสบุ๊ค พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นระบบธนาคารเมล็ดพันธุ์ที่มีสมาชิกจำนวน 111 คนในขณะนี้ โดยสมาชิกแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ สมาชิกรายครั้ง รายปี และสมาชิกแบบกลุ่ม

ช่วงปลายปีที่สอง มีผู้ส่งต่อเมล็ดพันธุ์เข้ามายังธนาคารมากถึงกว่า 200 ชนิด และเริ่มมีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น จนเกิดเป็น “ธุรกิจเมล็ดพันธุ์อินทรีย์เพื่อสังคม” โดยมีเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ร่วมกัน คือ 1.การแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์โดยตรง 2.ส่งเมล็ดพันธุ์ให้ก่อน แล้วค่อยคืนเมล็ดพันธุ์มากกว่าจำนวนที่รับไป และ 3.การสมทบเมล็ดพันธุ์ตามเจตนารมณ์

“ตัว พ.ร.บ.เดิมก็ผิดอยู่แล้ว แต่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ผิดมากกว่าเดิม และยังมีข้อกฎหมายที่เป็นบทลงโทษเข้มข้นกว่าเดิมอีก คือติดคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน ซึ่งเป็นโทษที่รุนแรงมาก ทั้งยังกินความไปถึงผลผลิตอีกด้วย” เธอทิ้งทายการสนทนาด้วยความกังวลหาก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับใหม่ถูกนำมาใช้

ตลาดส่งออกเมล็ดพันธุ์

ประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนขออนุญาตทำธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ประมาณ 200 ราย เป็นบริษัทผู้ส่งออกราว 60 ราย บริษัทนำเข้าประมาณ 70 ราย บริษัทที่ทำการผลิตและปรับปรุงสายพันธุ์ประมาณ 20 ราย เช่น บริษัท เจียไต๋ จำกัด, บริษัท East West Seed จำกัด, บริษัท เพื่อนเกษตร จำกัด, บริษัท โนวาติส จำกัด, บริษัท ที เอส เอ จำกัด, บริษัท เช่ง เฮียง ฮวด จำกัด, บริษัท เจี่ย กวง เส็ง จำกัด เป็นต้น

สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย เผยสถิติมูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ควบคุมปี 2559 สูงสุด 10 อันดับแรก คือ ข้าวโพด 1,723 ล้านบาท มะเขือเทศ 746 ล้านบาท แตงโม 708 ล้านบาท พริก แตงกวา ข้าวโพดหวาน ฟักทอง มะระขี้นก เมล่อน และผักบุ้งจีน ตามลำดับ มูลค่ารวม 5,551 ล้านบาท ปริมาณ 21,115,890 กิโลกรัม โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 501 ล้านบาท ขณะที่มีปริมาณลดลง 9,992,767 กิโลกรัม

ประเทศที่มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ควบคุมจากประเทศไทย ปี 2559 สูงสุด 10 อันดับแรก คือ เวียดนาม 864 ล้านบาท พม่า 669 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา 593 ล้านบาท ปากีสถาน อินเดีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ศรีลังกา จีน ตามลำดับ

ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ของไทยเฉลี่ยแต่ละปีอยู่ที่ระดับประมาณ 500 ล้านบาท สาเหตุที่ไทยได้ดุลการค้าเมล็ดพันธุ์ มาจากการนำเข้าเมล็ดพันธุ์หลักและส่งออกเมล็ดพันธุ์ขยาย ซึ่งราคาจะสูงกว่าการนำเข้ามาก อย่างไรก็ตาม ตลาดเมล็ดพันธุ์ในเมืองไทยถือว่ายังเล็กมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าเมล็ดพันธุ์ของตลาดโลกที่สูงถึงปีละ 120,000 ล้านบาท

คำกล่าวว่า “การยึดครองอาหารอย่างเดียว คือการยึดครองโลกได้ทั้งโลก” นั่นคงหมายถึง หากใครสามารถยึดครองเมล็ดพันธุ์ได้ ก็คงไม่ต่างกับการยึดครองชีวิตของมนุษย์ทั้งโลก

Credit : Green News
 
ฮ้วยอัน