Green Travel : เที่ยวธรรมชาติแบบง่ายๆ สไตล์กรีน ตอน เมืองสองธรรม เมืองรองที่คุณจะหลงรัก
October 4, 2018
Green Life Plus Issue 26 : October 2018
October 25, 2018

วิถีของชีวิต (Way of Life) เส้นทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

 
suzuki
 

ทุกอย่างที่จะเริ่มต้นจะต้องมีพื้นฐานที่แข็งแรง โดยเราเองจะต้องเข้าใจในทุกรายละเอียด ผ่านการลงไปปฏิบัติในทุกขั้นตอน พร้อมกันนี้จะต้องพัฒนาทุกระบบอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่งแม้จะอยู่ในระดับที่พอใจ เพราะเราเชื่อว่า อะไรที่ดีอยู่แล้ว ก็ต้องพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับช่วงเวลาปัจจุบันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอนาคตได้อย่างเป็นผู้นำ หนึ่งแนวคิดที่สะท้อนถึงทัศนคติเชิงบวกในแง่มุมของ วิถีของชีวิต หรือ Way of Life ได้อย่างโดดเด่นในการทำให้ ซูซูกิ ประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

คุณวัลลภ ฉายภาพถึงจุดเริ่มต้นของ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้อย่างน่าสนใจว่า ในยุคศตวรรษที่ 20 กระแสยานยนต์โลกให้ความสนใจและมีการสนับสนุนให้ใช้ รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโคคาร์ (ECO CAR) มากยิ่งขี้นในหลากหลายประเทศ โดยรัฐบาลไทยในขณะนั้นก็ได้ส่งเสริมเช่นกันผ่านการจัดทำโครงการอีโคคาร์ ซึ่งมีหลากหลายค่ายรถยนต์ชั้นนำทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศแถบยุโรปต่างมุ่งเป้าร่วมลงทุนในประเทศไทย โดยซูซูกิก็ถือเป็นหนึ่งผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในรถยนต์ประเภทดังกล่าว จึงเข้าร่วมลงทุนและเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2552 ภายใต้ชื่อ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

“เราพร้อมแข่งขันอย่างมั่นใจ เพราะเรามีความเชี่ยวชาญ” ผู้บริหารรายนี้ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากเปิดตัวบริษัทเราเริ่มผลิตรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2555 โดยรถยนต์รุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาดและเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง คือ Suzuki Swift นอกจากรุ่นดังกล่าวในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ในรุ่น Suzuki Ciaz และ Suzuki Celerio ซึ่งได้รับความนิยมจากตลาดรถในยุโรปโดยมียอดส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าสูงถึงเดือนละ 3,000 คัน พร้อมกันนี้ยังนำเข้ารถยนต์รุ่น Suzuki Ertiga และ Suzuki Carry เข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกรูปแบบของชีวิต

“ทำไมเราถึงเลือกพัฒนา อีโคคาร์” ซูซูกิมองว่า รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคสมัยนี้ได้อย่างสอดคล้องและลงตัว ทั้งในแง่ของราคา ความประหยัดและความปลอดภัยที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงง่ายและใช้งานได้อย่างคล่องตัวสะดวกสบาย ทั้งในเขตชุมชนเมืองและชานเมือง ที่สำคัญรถอีโคคาร์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในแง่ของการประหยัดพลังงานและลดมลพิษเพราะรถชนิดดังกล่าวมีขนาดของเครื่องยนต์ที่ไม่เกินความจุ 1,300 ซีซี อีกทั้งยังมีความปลอดภัยชั้นนำผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป

ซึ่งตลอดระยะเวลาการพัฒนากว่าหนึ่งทศวรรษ เราสามารถสร้างฐานลูกค้าและสร้างเสริมการบริการที่พึงพอใจ ซึ่งสะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกๆปี เกิดการบอกต่อในรูปแบบของ Word of Mouth โดยเฉพาะในช่วงเดือนเดือนมกราคม-กันยายนที่ผ่านมา ซูซูกิมียอดเติบโตสูงถึง 116% จนนำมาสู่หัวข้อการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ Suzuki ในปีนี้ที่กำหนดขึ้นภายใต้แนวคิด “Jump To Bigger Step Together”

“เรามุ่งสร้างความแข็งแรงให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกสาขา” คุณวัลลภ เผยว่า ปัจจุบันเรามีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานพร้อมให้บริการแล้วกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา คือ การมุ่งสร้างความเข้มแข็งในทุกจุดโดยเริ่มจากผู้จำหน่ายหรือดีลเลอร์ เช่นการจัดทำโครงการ Suzuki Best Dealer Award เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย โดยผู้บริหารรายนี้เน้นย้ำว่า เรามุ่งสร้างลูกค้าแบบยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่วันเดียว คุณจะมีเทคนิคการขายอย่างไรก็ได้ แต่ยอดความพึงพอใจต้องห้ามตก ฉะนั้นโครงการดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งแนวคิดในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้จำหน่ายทุกรายโดยเฉพาะในมิติของการบริการ

“อย่างไรก็ดีเรายังได้มุ่งเน้นความมีคุณภาพในทุกขั้นตอน อาทิ การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ การเปลี่ยนอะไหล่แท้ในราคาที่ไม่สูง ที่สำคัญมุ่งการยกระดับการบริการงานขาย การให้ความรู้เป็นที่ปรึกษา รวมทั้งงานบริการหลังการขาย และศึกษาภาพรวมของตลาดตลอดจนวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความเท่าทันเพื่อสร้างความคุ้มค่าเมื่อลูกค้าเลือกใช้รถยนต์ซูซูกิ” คุณวัลลภ กล่าวเสริม

สำหรับแผนพัฒนาต่อจากนี้ ในปี 2562 ซูซูกิตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา และในปี 2563 ก็พร้อมขยายสาขาเพิ่มอีก 20 สาขา ทำให้ปีดังกล่าว ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะมีสาขาให้บริการมากถึง 150 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ในช่วงปลายปีนี้ เราแผนจะดำเนินการกระตุ้นยอดขาย All New Suzuki Swift 2018 พร้อมกันนี้ในช่วงต้นปี 2562 จะมีการเปิดตัว All New Suzuki Ertiga เพื่อรองรับตลาดรถยนต์สำหรับครอบครัวที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น คุณวัลลภเชื่อว่า ซูซูกิ ประเทศไทย จะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยบวกหลากหลายด้าน เช่น ความต้องการสำหรับการใช้รถยนต์ในทุกครอบครัวที่จะขยายไปยังหัวเมืองและจังหวัดต่างๆ ค่านิยมและไลฟสไตล์ ตลอดจนความสะดวกสบาย ซึ่งทาง ซูซูกิ ก็พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการด้วยอีโคคาร์พรีเมียมที่คุ้มค่าทั้งในด้านราคา มีมาตรฐานและดีไซน์ รวมไปถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความปลอดภัยระดับสูง

 
IMG_0942

คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

 

นอกจากการพัฒนาอย่างเข้มข้นในการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่มอายุสำหรับรถอีโคคาร์จากซูซูกิ สิ่งที่บริษัทฯให้ความสำคัญแบบคู่ขนานเช่นกันคือการ ตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดทำโครงการต่างๆ อาทิ กิจกรมการปลูกป่า อนุรักษ์ธรรมชาติในผืนป่าต่างๆ พร้อมกันนี้เรายังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างกิจกรรมตอบแทนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยผู้ได้รับคัดเลือกจะได้งบประมาณไปต่อยอดในการจัดกิจกรรม ซึ่งนับเป็นการปลูกฝั่งจิตสาธารณะให้กับทุกคน อีกทั้งมีการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับพนักงานทั้งในด้านวิชาการ และคุณธรรม เพื่อให้ครอบครัวซูซูกิทุกคนพร้อมปฏิบัติอย่างมืออาชีพและเป็นคนดีของสังคม

อย่างไรก็ตามนอกจากการพัฒนาในรูปแบบของการจัดกิจกรรม ทางซูซูกิยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคคลผ่านการสนับสนุนในมิติของ กีฬา หรือ Sport Marketing อาทิ รายการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน หรือ AFF SUZUKI CUP 2018 ที่จะมีขึ้นในช่วงระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคมนี้ รวมทั้งกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพในรายการ Green Life Plus with Suzuki Give And Run “Fun2Share2018” โดยทุกกิจกรรมที่เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อตอกย้ำการสร้างคุณค่าและเสริมการรับรู้ที่ดี ที่สะท้อนถึงการสร้างความเชื่อมั่น การได้รับการยอมรับและความภาคภูมิใจให้กับผู้บริโภคทุกคน

“เรายึดแนวคิดแบบ ไคเซ็น คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกระบบและขั้นตอนบนกรอบพื้นฐานความพึงพอใจของลูกค้า ไม่เพียงเท่านั้นยังมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปทั้งในแง่ของการพัฒนาสินค้าเพื่อเป็นผู้นำการผลิตและจำหน่ายรถยนต์แบบอีโอคาร์ รวมทั้งการบริการที่เข้าถึงอย่างเข้าใจ ตลอดจนตอบแทนสังคม สิ่งแวดล้อมและประเทศชาติต่อไปเพื่อสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืน หรือ Way of Life อย่างสมดุลตามวิถีของชีวิต” บทสรุปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จที่จะไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ของ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 อย่างแข็งแกร่งจาก คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม